
อุตจ่อเซ็นซื้อน้ำตาลส่งล็อตแรก2.79แสนกระสอบ
อุตฯเตรียมเซ็นสัญญาซื้อน้ำตาลจากเทรดเดอร์พรุ่งนี้ นัดส่งมอบล็อตแรก 2.79 แสนกระสอบพร้อมกระจายผ่านยี่ปั๊วทั่วประเทศ
อุตฯเตรียมเซ็นสัญญาซื้อน้ำตาลจากเทรดเดอร์พรุ่งนี้ นัดส่งมอบล็อตแรก 2.79 แสนกระสอบพร้อมกระจายผ่านยี่ปั๊วทั่วประเทศ
นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) ว่า กองทุนฯ จะเซ็นสัญญาซื้อขายน้ำตาลขาว และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์กับผู้ค้าจากต่างประเทศ (เทรดเดอร์) ในวันที่ 29 ก.ค. 2553 จำนวน 3 ราย ในปริมาณ 7.43 แสนกระสอบ โดยจะส่งมอบน้ำตาลล็อตแรกจำนวน 2.79 แสนกระสอบ ในเดือนส.ค. และสามารถกระจายเข้าสู่ตลาดในสัปดาห์หน้าได้ทันที โดยจะกระจายออกไปให้กว้างที่สุดปผ่านผู้ค้าส่ง (ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว) ทั่วประเทศ
ทั้งนี้ น้ำตาลจำนวนดังกล่าวคาดว่าจะกระจายได้หมดภายใน 5 งวด งวดละ 4.5-5 หมื่นกระสอบ โดยจะขึ้นงวดรวมไปกับการขึ้นงวดน้ำตาลปกติ 4.03 แสนกระสอบ เริ่มจากงวดแรกของเดือนส.ค. และจะขายผ่านยี่ปั๊วที่อยู่ในบัญชีรายชื่อและทำการค้ามีทั้งหมด 16 ราย ในราคาควบคุมหน้าโรงงานที่ที่กำหนดไว้ที่ 19 บาทต่อกิโลกรัมสำรหับน้ำตาลทรายขาว และ 20 บาทต่อกิโลกรัม น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์
ขณะที่ยี่ปั๊วจากต่างจังหวัดที่มีความประสงค์จะนำน้ำตาลไปขายก็สามารถแจ้งความประสงค์เข้ามาได้ แต่ต้องมีหลักฐานการจำหน่ายและการเป็นผู้ค้าส่งที่ชัดเจน โดยการขายผ่านยี่ปั๊วจะมีการเซ็นสัญญาซื้อขายในปริมาณที่แน่นอน วางมัดจำ 5% ของมูลค่าที่ซื้อขาย มีหนังสือค้ำประกันจากธนาคารในประเทศ ซื้อขายเป็นเงินสด และหากไม่ทำตามสัญญาหรือไม่มารับน้ำตาลตามจำนวนที่ยื่นขอมาจะถูกปรับ 5% ของมูลค่าการจำหน่ายน้ำตาลที่ตกลงไว้
ส่วนน้ำตาลที่เหลืออีก 4.64 แสนกระสอบ คาดว่าจะกระจายต่อไปยังภูมิภาค ผ่านสมาคมชาวไร่อ้อย พาณิชย์จังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด เป็นต้น โดยจะขอข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ด้วยว่าพื้นที่ไหนยังขาดแคลนน้ำตาลอยู่จะนำไปเพิ่มในพื้นที่นั้น
นอกจากนี้ หากห้างค้าปลีก (โมเดิร์นเทรด) ต้องการจะนำไปบรรจุถุงขาย ก็สามารรถติดต่อขอซื้อน้ำตาลได้ แต่ต้องขายในราคาควบคุมที่กำหนดไว้เท่านั้น
วางแผนว่าน้ำตาลทั้งหมดจะต้องระบายออกให้หมดก่อนเปิดหีบในเดือนต.ค. โดยน้ำตาลจำนวนนี้จะต้องลงไปสู่ผู้บริโภครายย่อยจริงๆ และจะไม่ขายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมด็ดขาด” นายประเสริฐ กล่าว
สำหรับการเปิดประมู0ลซื้อน้ำตาลเพิ่มข้ามาอีกให้ครบจำนวน 1 ล้านกระสอบนั้น ต้องดูแนวโน้มการขายน้ำตาลก่อน ว่าหลังจากกระจายไปแล้วสถานการณ์น้ำตาลในตลาดเป็นอย่างไร ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่มเข้ามาอีก
นายประเสริฐ กล่าวว่า ด้านสถานการณ์น้ำตาลในขณะนี้มีน้ำตาลเหลือค้างจำหน่าย (น้ำตาลค้ากระดาน) ณ วันที่ 23 ก.ค. 2553 จำนวน 1.4 ล้านกระสอบ เป็นของกระทรวงพาณิชย์ 5.5 แสนกระสอบ และเป็นของกระทรวงอุตสาหกรรมประมาณ 9 แสนกระสอบ.







