
จีนต้องกำจัดเหล็ก
ขณะนี้หลายชาติในยุโรปเตรียมหามาตรการป้องกันการทุ่มตลาดเหล็กของจีน เช่น การขึ้นภาษี หลังจากที่จีนผลิตเหล็กออกมาเป็นจำนวนมากในราคาถูก จนรัฐมนตรีพาณิชย์จีนต้องออกมาโต้กลับในเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าทุ่มตลาด โดยเรียกร้องให้องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) เป็นผู้ตัดสิน
ขณะนี้หลายชาติในยุโรปเตรียมหามาตรการป้องกันการทุ่มตลาดเหล็กของจีน เช่น การขึ้นภาษี หลังจากที่จีนผลิตเหล็กออกมาเป็นจำนวนมากในราคาถูก จนรัฐมนตรีพาณิชย์จีนต้องออกมาโต้กลับในเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าทุ่มตลาด โดยเรียกร้องให้องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) เป็นผู้ตัดสิน
แอนดี โฮม คอลัมนิสต์ของรอยเตอร์ส เปิดเผยว่า แม้ยุโรปจะเผชิญกับความตกต่ำในอุตสาหกรรมเหล็กจนต้องมีคนตกงาน เช่น ในอังกฤษที่มีผู้ต้องตกงานจากราคาเหล็กถูกราว 5,000 คน ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา แต่จีนเองก็ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากราคาเหล็กถูกไม่แพ้กัน
สมาคมแร่เหล็กและเหล็กกล้าจีน ประเมินว่า จีนน่าจะผลิตเหล็กเกินอยู่ที่ราว 300 ล้านตัน และจากการผลิตเกินดังกล่าว ทำให้ราคาเหล็กถูกลงจากตันละ 7,000 หยวน ในช่วงปลายปี 2009 เหลือเพียงราวตันละ 1,800 หยวนในปัจจุบันเท่านั้น โดยราคาที่ตกต่ำลงนี้เอง ทำให้ผู้ผลิตเหล็กจีนหลายรายต้องติดตัวแดงในช่วง 11 เดือนแรกของปีก่อน
ดังนั้น จีนจึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างภาคส่วนเหล็ก ซึ่งจะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการทดสอบความสามารถของจีนในการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจจากการเสพติดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร เป็นการขับเคลื่อนด้วยการบริโภคแทน โดยก่อนหน้านี้ ภายใต้ร่างแผนการ 5 ปี จีนเปิดเผยว่าพร้อมจะปรับลดกำลังการผลิตเหล็กลง 100-150 ล้านตัน
อย่างไรก็ตาม การปรับลดการผลิตของจีน จากข้อมูลของสำนักข่าวซินหัว กระบอกเสียงของจีน ระบุว่า อาจทำให้ประชาชนในภาคส่วนดังกล่าวต้องตกงานถึง 4 แสนคน และไม่มีประเทศไหน ไม่เว้นแม้แต่จีน จะมีความสุขกับการที่ประชาชนต้องตกงาน และเป็นสภาวะลำบากที่จีนจะต้องหาทางแก้ไข
โฮม ระบุทิ้งท้ายว่า แม้จีนต้องใช้ความพยายามมากในการแก้ไขภาคส่วนเหล็ก แม้จะวางแผนเอาไว้แล้ว แต่ถ้าไม่แก้ไข ก็จะกลายเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจจีนในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ โดยข่าวดีคือ จีนมีการเตรียมตัวทั้งด้านการเมืองและสังคม แต่ข่าวร้ายก็คือ งานนี้จีนน่าจะต้องใช้เวลานาน ซึ่งยังไม่มีการวางกรอบเวลาที่แน่ชัดด้วย







