posttoday
เครือปตท.รับมือน้ำมันสบาย 3-4ปี

เครือปตท.รับมือน้ำมันสบาย 3-4ปี

08 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...ยินดี ฤวิรุฟห์

โดย...ยินดี ฤวิรุฟห์

ราคาน้ำมันที่ดำดิ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผลการดำเนินงานและราคาหุ้น ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ. และส่งผลต่อเนื่องถึงบริษัท ปตท. (PTT) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ถึง 65% สถานการณ์เช่นนี้มีคำถามเกิดขึ้นทันทีว่า หุ้น ปตท.รวมถึงหุ้นในเครือยังน่าสนใจและน่าจะซื้อเก็บไว้ลงทุนหรือไม่

“ประเสริฐ บุญสัมพันธ์” สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท ปตท. ยอมรับว่า ปตท.ได้รับผลกระทบทางตรงจาก ปตท.สผ.จากการตั้งสำรองการด้อยค่า แต่ก็จะเกิดขึ้นทางบัญชีเท่านั้น ในที่สุดเครือ ปตท.จะผ่านพ้นไปได้แน่นอน เพราะได้ตุนกระแสเงินสดจากการดำเนินงานช่วงที่ผ่านมาไว้อย่างแข็งแกร่ง  ทั้งกลุ่ม ปตท.ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวม 5 บริษัท ไม่รวมธุรกิจไฟฟ้ามีเงินสดรวมกว่า 3 แสนล้านบาท สามารถรับมือได้สบายอย่างน้อย 3-4 ปี หากราคาน้ำมันยังตกต่ำ แต่ก็ยังเชื่อว่าในที่สุดราคาน้ำมันจะฟื้นตัวกลับมาได้

นอกจากนั้น การดำเนินนโยบายของกลุ่ม ปตท. ทั้งการลดต้นทุนรวมถึงการดำเนินนโยบายในการลงทุนต่างๆ ที่ “เทวินทร์ วงศ์วานิช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ดำเนินการอยู่ ถือว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว

“ตอนผมอยู่ ปตท. ราคาน้ำมันอยู่ที่ 20 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และไต่ขึ้นไปสูงถึง 147 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเมื่อเห็นอย่างนั้นเราก็มีนโยบายในการควบรวมกิจการภายในกลุ่ม เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการดำเนินงานและกระจายความเสี่ยง จนสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ ถึงตอนนี้ก็เห็นแล้วว่านโยบายที่ทำไปเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว” ประเสริฐ กล่าว

ที่ผ่านมาเครือ ปตท.ได้ควบรวมกลุ่มปิโตรเคมีกับโรงกลั่น คือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เพราะเราเห็นแล้วว่าธุรกิจในเครือที่มีทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ เมื่อธุรกิจต้นน้ำจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันโดยตรง แต่ปลายน้ำที่มีส่วนต่างจากราคาวัตถุดิบ (สเปด) และธุรกิจการกลั่นซึ่งมีค่าการกลั่นที่ดี ซึ่งบริษัทลูกในกลุ่มนี้จะยังสร้างผลดำเนินงานที่ดีให้กับ ปตท.

นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท.ยังมีธุรกิจค้าปลีกและท่อซึ่งยังมีกำไร โดยรวมแล้วจะแย่เฉพาะ PTTEP ที่เกิดจากการตั้งสำรอง แต่ก็เป็นผลทางบัญชี หากราคาน้ำมันกลับมาก็สามารถตีกลับมาเป็นกำไรได้ จึงอยากให้นักลงทุนคิดว่าก็เหมือนเอาเงินที่ตั้งสำรองไปฝากไว้ และยังมั่นใจว่าหุ้นในเครือ ปตท.ยังน่าลงทุนและนักลงทุนยังคงได้รับเงินปันผลอย่างแน่นอน

ในภาวะอย่างนี้ เชื่อว่าบริษัทในเครือจะมีการจัดโครงสร้างและจัดกลุ่มภายในอย่างที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การควบรวมธุรกิจในเครือกันเอง เพราะเห็นแล้วว่าสิ่งที่ดำเนินการมานั้นสามารถรับมือกับวิกฤตได้ เพราะภายในเครือมีความยืดหยุ่น มีการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจที่ดี

นอกจากนี้ ทั้งเครือยังมีความเข้มแข็งทางการเงินมีเงินสดกว่า 3 แสนล้านบาทก็เป็นโอกาสที่เครือ ปตท.จะซื้อกิจการได้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว!!!

พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต กล่าวว่า หุ้นกลุ่ม ปตท.ยังน่าสนใจอยู่และราคาหุ้นลงมาแรงมาก ซื้อขายอยู่บนคาดการณ์ที่ราคาน้ำมัน 25 เหรียญสหรัฐ แล้วซึ่งในความจริงเชื่อว่าแม้ราคาจะลงมาแตะ 25 เหรียญสหรัฐได้ แต่จะไม่ยืนในระดับนี้ และในที่สุดแล้วจะต้องมีการคุยหรือเจรจากันของผู้ผลิตน้ำมันทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกเพราะประเทศผู้ส่งออกน้ำมันไม่สามารถปิดงบประมาณหรือทำงบประมาณที่สมดุลได้ เช่น ซาอุดิอาระเบีย ราคาน้ำมันจะต้องอยู่ที่ 80 เหรียญสหรัฐ  เช่นเดียวกับเชลแก๊สก็อยู่ไม่ได้ ถ้าราคาน้ำมันต่ำเกิน

ดังนั้น หุ้น PTT ที่ลงมาก็ควรหาโอกาสในการเข้าซื้อบ้าง เพราะบริษัทในเครือ เช่น โรงกลั่นปิโตรเคมีและค้าปลีกยังดีอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่นจะดีมาก แม้จะมีขาดทุนสต๊อกบ้าง ขณะที่ PTTEP แม้ต้องสำรองแต่ก็เป็นทางบัญชีเท่านั้นและยังตัดค่าเสื่อมได้เร็วด้วย เห็นได้จากไตรมาส 4/2558 ที่กำไรดีกว่าคาดการณ์มาก

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน