posttoday
น่าจะวิ่งขึ้นต่อ?

น่าจะวิ่งขึ้นต่อ?

05 กุมภาพันธ์ 2559

ผมคิดว่าปัญหาในการลงทุนในระยะสั้นก็คือ ความไม่มั่นใจในเรื่องของทิศทางตลาดหุ้น เพราะว่าการขึ้นและลงของ SET Index ยังคงมีการผันผวนตลอดเวลา โดยเฉพาะการแปรตามปัจจัยที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ แต่เอาเข้าจริงๆ ในความคิดของผมคิดว่าประเด็นสำคัญที่มีนัยสำคัญก็คือ ปัจจัยในประเทศ โดยเฉพาะปัจจัยของเศรษฐกิจ

ผมคิดว่าปัญหาในการลงทุนในระยะสั้นก็คือ ความไม่มั่นใจในเรื่องของทิศทางตลาดหุ้น เพราะว่าการขึ้นและลงของ SET Index ยังคงมีการผันผวนตลอดเวลา โดยเฉพาะการแปรตามปัจจัยที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ แต่เอาเข้าจริงๆ ในความคิดของผมคิดว่าประเด็นสำคัญที่มีนัยสำคัญก็คือ ปัจจัยในประเทศ โดยเฉพาะปัจจัยของเศรษฐกิจ

กล่าวง่ายๆ ผมให้ทิศทางตลาดหุ้นสัมพันธ์กับการเติบโตของเศรษฐกิจมากที่สุด เพราะเชื่อว่าปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัจจัยลบจะหายไป ยกตัวอย่างง่ายๆ เรากังวลเกี่ยวกับปัญหาการหารายได้ที่เพียงพอกับรายจ่ายในหลายๆ กลุ่ม เช่น ธนาคารพาณิชย์ NPL เพิ่ม แต่สินเชื่อและส่วนต่างลดลง, ICT รายได้อาจจะไม่คุ้มกับการประมูลคลื่นใหม่ หรือพลังงานรายได้จะน้อยลงจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง เป็นต้น

แต่กรณีเศรษฐกิจฟื้นตัว หรือถึงเป้าหมายที่ภาครัฐวางไว้ที่ 3.5-4% ในปี 2559 ปัญหาทุกอย่างที่ยกตัวอย่างมา จะแก้ไขได้หมด ธนาคารสินเชื่อก็ขยายตัว NPL ก็จะลดลง เพราะเกิดการลงทุนและขยายงานใหม่, ICT รายได้จะเพิ่มขึ้น และการเพิ่มทุนที่เกิดขึ้นปัญหาจะน้อยลง หรือแม้กระทั่งพลังงานแม้ราคาน้ำมันอาจจะไม่สูง แต่อุปสงค์ความต้องการใช้น่าจะเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ 

ทั้งหมดนั้นก็คือ เหตุผลที่ผมคิดว่าประเด็นสำคัญก็คือ การเติบโตของเศรษฐกิจ และก็เชื่อว่าภาครัฐก็น่าจะเห็นความสำคัญ จากประเด็นดังกล่าว ผมคาดว่าจากนี้ไปรัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเข้มข้นเกิดขึ้น และอิทธิพลดังกล่าวน่าจะทำให้ความรู้สึกของประชาชนว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง และน่าจะส่งผลต่อราคาหุ้นในช่วงจากนี้เป็นไป

ในแนวคิดที่เราเชื่อว่า ราคาหุ้นและเศรษฐกิจต้องไปในทิศทางเดียวกัน กรณีตัวเลขทางเศรษฐกิจดีจริงในช่วงครึ่งปีหลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเริ่มทำงาน ราคาหุ้นในช่วงจากนี้ไปต้องไม่ลง เพราะนักลงทุนในตลาดหุ้นมักจะคาดการณ์ล่วงหน้า และเป็นทราบกันดีว่าทิศทางตลาดหุ้นจะสะท้อนเศรษฐกิจล่วงหน้า 3-6 เดือน

ซึ่งนั้นก็หมายความว่า กรณีตัวเลข GDP ปีนี้จะโตในระดับ 3.5-4% จะต้องมีตัวช่วยจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งนั้นก็คือ การที่ต้องเห็นผลในเร็ววันนี้ และหุ้นก็ต้องขึ้น อีกทั้งกรณีการพิจารณาในเชิงพื้นฐาน SET Index ในบริเวณต่ำกว่า 1,300 จุด ไม่น่ากลัว ยิ่ง 1,200 จุด ต้นๆ ยิ่งน่าซื้อมาก ซึ่งเคยกล่าวในบทความฉบับเก่าๆ แล้ว ผมจึงไม่ค่อยกังวลกับตัวเลข SET Index ณ ปัจจุบันสักเท่าไร

ในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิค ต้องยอมรับว่า 1,300 จุด คือ ตัวเลขแนวต้าน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดแรงสะดุดและมีแรงขายได้บ้าง แต่อยากให้พิจารณาแนวรับที่ 1,270-1,280 จุด กรณีไม่ต่ำกว่า ต้องสันนิฐานว่าทิศทางยังเป็นบวก ซึ่งยังประเมินว่าการปรับตัวเพิ่มขึ้นระยะสั้นยังคงน่าจะเห็นตัวเลข 1,350 จุด บวกลบ หรือมากสุดคือ 1,400 จุด บวกลบเช่นเดิม

บทสรุป ยังไม่เห็นปัจจัยเสี่ยงของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น และยังคาดว่าทิศทางการเคลื่อนไหวของ SET Index ยังเป็นลักษณะการปรับตัวสูงขึ้น และเป็นไปได้การปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเริ่มต้นอาจจะไม่มีความรุนแรงนัก แต่อาจจะมีความมั่นใจเกิดขึ้นในช่วงใกล้ถึงเป้าหมาย

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล