
กูรูหวั่นNPLรายย่อยญี่ปุ่น
เผยญี่ปุ่นมีหนี้เสียทะลัก ผลพวงมาตรการขยายสินเชื่อเอสเอ็มอีหลังวิกฤต 2009
เผยญี่ปุ่นมีหนี้เสียทะลัก ผลพวงมาตรการขยายสินเชื่อเอสเอ็มอีหลังวิกฤต 2009
ฮอร์สแมน แคปปิตัล บริษัทวิจัยด้านการลงทุนจากอังกฤษ เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์ในญี่ปุ่นมีจำนวนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จำนวนมาก จากการขาดทุนของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)
นอกจากนี้ หน่วยบริการทางการเงินของกระทรวงพาณิชย์ ยังระบุว่า จำนวนเอ็นพีแอลของญี่ปุ่นที่เคยอยู่ในระดับต่ำมาอย่างยาวนาน เพิ่มสูงขึ้นมาตั้งแต่วิกฤตทางการเงินปี 2009 โดยกระทรวงพาณิชย์ของญี่ปุ่นได้ออกมาตรการให้สถาบันการเงินต่างๆ ขยายสินเชื่อแก่ธุรกิจเพื่อช่วยให้ธุรกิจรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น
หลังจากนั้น ญี่ปุ่นได้ผ่านกฎหมายช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีเอฟเอฟเอ) ซึ่ง เคพีเอ็มจี บริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ของโลก ระบุว่า เป็นการให้กู้ยืมแบบต่ออายุสินเชื่อได้อัตโนมัติแก่เอสเอ็มอีที่เข้าถึงสินเชื่อการเงินยาก
ขณะเดียวกัน องค์กรกำกับดูแลสถาบันการเงิน (เอฟเอสเอ) ของญี่ปุ่น ออกเงื่อนไขทางการเงินใหม่ โดยให้ธนาคารที่ออกสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีปรับเปลี่ยนเงื่อนไขของสินเชื่อเพื่อลดภาระเกี่ยวกับการจ่ายหนี้คืน เช่น ลดการชำระหนี้รายเดือนของเอสเอ็มอี รวมทั้งปรับปรุงเครดิตเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าของกิจการ เช่น หากธุรกิจไม่สามารถจ่ายสินเชื่อรายเดือนทางธนาคารสามารถเพิ่มจำนวนเงินกู้ยืมของเอสเอ็มอีได้ เพื่อช่วยให้สามารถปรับปรุงแผนธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยสินเชื่อดังกล่าว จะไม่ถือเป็นเอ็นพีแอล หากธุรกิจสามารถเสนอแผนปรับปรุงธุรกิจได้
จากการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสินเชื่ออยู่เสมอ ทำให้รัฐบาลไม่สามารถเก็บข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับจำนวนสินเชื่อทั้งหมดได้ โดยผลสำรวจของสถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจ พบว่า เอสเอ็มอีที่ได้รับการปรับปรุงเงื่อนไขสินเชื่อ 48.4% ได้รับการปรับปรุงสินเชื่อครั้งแรกในช่วงปี 2009-2010 ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นนโยบาย และส่วนที่เหลือได้รับการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขครั้งแรกในระหว่างปี 2011-2014
การปรับปรุงเงื่อนไขสินเชื่อดังกล่าวขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งสินเชื่อที่ได้รับการปรับปรุงเงื่อนไขแล้ว ยังสามารถปรับปรุงเงื่อนไขได้อีกหลายครั้ง นอกจากนี้เอสเอ็มอีเหล่านี้ยังสามารถยื่นขอปรับปรุงเงื่อนไขสินเชื่อได้พร้อมกันหลายธนาคาร
ขณะที่ผลสำรวจของ เทอิโคกุ ดาต้าแบงก์ บริษัทวิจัยสินเชื่อภาคเอกชนของญี่ปุ่น ในเดือน มิ.ย. 2015 ยังพบว่า ภาพรวมของธุรกิจเอสเอ็มอีญี่ปุ่นยังย่ำแย่ โดยในผลสำรวจพบว่า 47.5% ของเอสเอ็มอีคาดว่า ตลาดรองรับสินค้าของธุรกิจจะหดตัว ขณะที่ 19.7% คาดว่าจะขยายตัว ขณะที่ ชิกิฮารุ ซานาดะ จากแบงก์ ออฟ โตเกียว มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ระบุว่า ธนาคารในญี่ปุ่นยังคงถูกกดดันให้อนุมัติสินเชื่อแก่เอสเอ็มอี และแม้ว่าธุรกิจจะมีความน่าเชื่อถือที่ไม่ดี ธนาคารก็ยังคงต้องให้สินเชื่ออยู่ดี







