posttoday
ขย่มหนักไม่เข้าทีพีพีไทยอ่วม

ขย่มหนักไม่เข้าทีพีพีไทยอ่วม

05 กุมภาพันธ์ 2559

ทีดีอาร์ไอทุบโต๊ะไทยไม่ร่วมทีพีพี ลงทุนใหม่ลด-ส่งออกหด-สิ่งทอกระทบหนัก

ทีดีอาร์ไอทุบโต๊ะไทยไม่ร่วมทีพีพี ลงทุนใหม่ลด-ส่งออกหด-สิ่งทอกระทบหนัก

นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในงานเสวนา “รู้ทัน ทีพีพี จากมุมมองนักวิชาการ” จัดโดยกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่ประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) จะมีผลต่อภาคการส่งออกสินค้าของไทยไปตลาดโลก ทำให้สูญเสียตลาดและการลงทุนใหม่ให้แก่ประเทศที่เข้าร่วมทีพีพี โดยเฉพาะเวียดนามและมาเลเซียมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องแต่งกายผู้ชาย จะมีกำแพงภาษีในอัตราสูงถึง 21.6% รวมถึงกลุ่มสินค้าชุดชั้นใน รองลงมาคือ ภาคบริการ ที่จะลงทุนในประเทศที่มีทีพีพีสูงขึ้น ส่วนกลุ่มภาคการเกษตรจะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด แต่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์จะได้รับผลกระทบน้อย

นางเดือนเด่น กล่าวว่า จากข้อมูลย้อนหลังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่าประเทศไทยมีการค้าในตลาดโลกและการลงทุนใหม่จากต่างประเทศที่ลดลงอย่างชัดเจน แตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ที่มีการลงทุนจากต่างชาติเพิ่ม 2-3 เท่าตัว ส่วนแบ่งทางการค้าในตลาดโลกก็เพิ่มขึ้น ในอนาคตหากไทยไม่เข้าร่วมทีพีพี การแข่งขันในตลาดโลกจะยิ่งลดลง

“ขณะนี้ประเทศไทยส่งออก 50% ไปในประเทศที่ทำเอฟทีเอ ส่วนเวียดนามส่งออก 40% ไปประเทศเอฟทีเอ แต่เมื่อร่วมทีพีพีแล้วจะส่งออกเพิ่มเป็น 80% แซงหน้าไทย รวมถึงมาเลเซียส่งออกไปประเทศ เอฟทีเอ 60% เมื่อร่วมแล้วจะเพิ่มเป็น 70% ดังนั้น ถ้าไทยไม่เข้าร่วมส่วนแบ่งการตลาดก็ลดลง แต่หากไทยเข้าร่วมทีพีพี ส่วนแบ่งจะเพิ่มเป็น 60%” นางเดือนเด่น กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัญหามาจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยมีปัญหาที่ต้องปรับใหม่ และไปส่งเสริมในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตในตลาดโลก ทั้งอุตสาหกรรมชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับโทรคมนาคม แผงวงจรไฟฟ้า อุตสาหกรรมสิ่งทอ และรองเท้า อุตสาหกรรมอาหาร และเกษตร ส่วนอุตสาหกรรมที่ขยายตัวแบบชะลอตัวได้แก่ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า

นายศรุต วิทยารุ่งเรืองศรี ผู้จัดการอาวุโส กลุ่มที่ปรึกษาเศรษฐกิจและธุรกิจ บริษัท โบลลิเกอร์ แอนด์ คอมพานี (ประเทศไทย) กล่าวว่า การที่ประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมทีพีพี มีผลอย่างมากต่อการส่งออกและการลงทุน ที่อาจจะเกิดการย้ายฐานการผลิต เนื่องจากการลดภาษี และกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าที่เอื้อต่อประเทศสมาชิกทีพีพี ซึ่งในกฎกำหนดสินค้า ทำให้การส่งออกสินค้าต้นน้ำและกลางน้ำของไทยลดลง และจะเกิดการย้ายฐานไปประเทศผลิตสินค้าปลายน้ำ ทั้งมาเลเซียและเวียดนามแทน

นายศรุต กล่าวอีกว่า มีการประเมินจากธนาคารโลกว่า ภายในปี 2573 หรืออีก 14 ปีข้างหน้า ผลของทีพีพีจะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศไทย ลดลง 1% ส่วนเวียดนามมีจีดีพีเพิ่มขึ้น 10% และมาเลเซียจีดีพีเพิ่มขึ้น 8% ส่วนการส่งออก ไทยจะสูญเสียมูลค่าการส่งออกไป 2% เวียดนามมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น 30% มาเลเซียเพิ่มขึ้น 20%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท