
ดัชนีเชื่อมั่นธุรกิจเอสเอ็มอีฟื้น
ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีไตรมาส 4 เด้งรับมาตรการรัฐ หวังกำลังซื้อกลับมาแน่
ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีไตรมาส 4 เด้งรับมาตรการรัฐ หวังกำลังซื้อกลับมาแน่
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี เจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดย่อม-ทีเอ็มบี ไตรมาส 4 ปี 2558 ปรับขึ้นมาที่ 40.5 จาก 34.2 หรือเพิ่มขึ้น 18.4% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นอัตราเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่สำรวจ ขณะที่ความเชื่อมั่นใน 3 เดือนข้างหน้าปรับดีขึ้นเช่นกันมาอยู่ที่ 56.9 จาก 53.1 สูงกว่าระดับ 50 สะท้อนว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่เชื่อมั่นต่อภาวะธุรกิจในต้นปี 2559 ที่จะปรับตัวดีขึ้นจากแรงส่งของมาตรการกระตุ้นของภาครัฐตั้งแต่ปลายปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วเมื่อไตรมาส 3 ซึ่งเป็นระดับดัชนีต่ำที่สุดเท่าที่เคยสำรวจมา เป็นผลมาจากเอสเอ็มอีมียอดขายที่ดีขึ้นจากช่วงฤดูกาลใช้จ่ายสิ้นปี และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายระลอกตลอดไตรมาส 4 ตั้งแต่การกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ มาตรการเสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอี มาจนถึงช็อปช่วยชาติ ที่กระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคอย่างชัดเจน
สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่เอสเอ็มอีกังวลมากที่สุดถึง 60.9% คือ สภาพเศรษฐกิจในประเทศและกำลังซื้อ รองลงมา ได้แก่ การบริหารธุรกิจและทุนหมุนเวียน 14.6% และภัยแล้ง 7.3% เมื่อแบ่งเป็นรายภูมิภาค พบว่า ภาคใต้และภาคอีสานน่าเป็นห่วงมากที่สุดจากปัญหายางพาราตกต่ำและภัยแล้ง
นายเบญจรงค์ กล่าวว่า ความเชื่อมั่นของเอสเอ็มอีสอดคล้องกับการบริโภคในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแนวโน้มการบริโภคภายในประเทศปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวได้เพียง 3% โดยในช่วงที่การบริโภคภาคเกษตรและภูมิภาคอ่อนแอลง รัฐต้องกระตุ้นการใช้จ่ายของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อเพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียนต่อเนื่องให้ถึงไตรมาส 2 เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนการฟื้นตัว
"จากการสำรวจความเชื่อมโยงของความเชื่อมั่น ที่จะเปลี่ยนเป็นการใช้จ่ายและการลงทุน ดัชนีความเชื่อมั่นต้องดีขึ้นต่อเนื่อง 4-6 เดือน จึงเห็นการตัดสินใจลงทุนขยายกิจการและการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งรัฐและเอกชนต้องรักษาบรรยากาศเศรษฐกิจในประเทศให้ดีถึงไตรมาส 2 จะทำให้กำลังซื้อฟื้นตัวในระยะยาว" นายเบญจรงค์ กล่าว
สำหรับเอสเอ็มอีดาวรุ่งในปีนี้ ได้แก่ ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว การค้าชายแดนและขนส่งชายแดนที่ได้อานิสงส์การเปิดเออีซี พลังงานทางเลือก เช่นเดียวกับธุรกิจความงาม และสุขภาพยังได้รับความสนใจ รวมทั้งธุรกิจก่อสร้างและวัสดุที่เติบโตตามการลงทุนภาครัฐ ขณะที่เอสเอ็มอีที่น่าเป็นห่วง คือ กลุ่มที่เกี่ยวกับสินค้าเกษตรและส่งออก







