
หุ้นก.พ.ฟื้นทะลุ1,300
2 โบรกเกอร์มองหุ้นเดือน ก.พ.ฟื้น แอพเพิล เวลธ์ ทดสอบ 1,350 จุด
2 โบรกเกอร์มองหุ้นเดือน ก.พ.ฟื้น แอพเพิล เวลธ์ ทดสอบ 1,350 จุด
นายอภิชัย เรามานะชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แอพเพิล เวลธ์ เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นในเดือน ก.พ. ดัชนีเริ่มฟื้นในลักษณะไซเวย์และมีการยกจุดต่ำสุดสูง ส่วนภาพของระยะสัปดาห์หากยืนได้บริเวณแนวรับ 1,260–1,270 จุด ทิศทางดัชนีน่าจะมีแรงโมเมนตัมปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,350 จุด
ทั้งนี้ ภาวะการลงทุนในช่วงปลายเดือน ม.ค. เริ่มมีปัจจัยบวกเข้าสนับสนุนตลาดทุน เช่น ค่าเงินหยวนจีนผันผวนน้อยลง ราคาน้ำมันตลาดโลกสามารถยืนเหนือ 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือ BOJ ใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบและธนาคารกลางสหรัฐอาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย
สำหรับปัจจัยในประเทศที่เริ่มส่งสัญญาณบวก เช่น ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ต่างชาติซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้นสูงถึง 4.1 หมื่นล้านบาท และบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ขนาดใหญ่ เริ่มประกาศจ่ายเงินปันผล เช่น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP)
นายอภิชัย กล่าวด้วยว่า จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี ดัชนีหุ้นในช่วงเดือน มี.ค.–เม.ย.ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงการจ่ายปันผลของ บจ. ส่งผลให้ผลตอบแทนของดัชนีเฉลี่ยจะอยู่ที่ระดับ 4.80% มีเพียง 2 ปีที่ผลตอบแทนติดลบ คือ ช่วงปี 2008 ที่เริ่มเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐ และปี 2015 เงินทุนไหลออกจากเอเชีย จากสถานการณ์ปัจจุบันประเมินความเสี่ยงจากปัจจัยสองประเด็นหลัก คือ ภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอและวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันตกต่ำ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยประเมินว่ามีความเสี่ยงน้อยที่เศรษฐกิจจีนจะเกิดการตกต่ำอย่างรุนแรง ส่วนทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกยังอยู่ระหว่างการหาจุดสมดุล แต่หากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ก็มีโอกาสที่กลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกจะยังหารือเพื่อลดกำลังการผลิตลง
ดังนั้นจึงแนะนำให้ทยอยซื้อสะสมในหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่า 4% และราคาหุ้นยังมีปรับตัวขึ้นมากกว่า 15% เช่น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส ( ADVANC) บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) บริษัท บัตรกรุงไทย (KTC) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น (SYNTEC ) และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA)
ขณะเดียวกันแนะนำซื้อในหุ้นที่มีโมเมนตัมบวกทางเทคนิค เช่น บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (AIT) บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) บริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) และบริษัท ฐิติกร (TK)
ด้าน บล.เออีซี นายเกรียงไกร ทำนุทัศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นในเดือน ก.พ. มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น แต่การฟื้นตัวจะไม่เร็วเท่าเดือน ม.ค. เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงทั้งในและนอกประเทศกดดัน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังสามารถลงทุนได้ตราบใดที่ยังไม่หลุด 1,260 จุด และมองว่าตลาดในระยะ 3 เดือนข้างหน้ามีโอกาสที่จะกลับมาปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมาย 1,390 จุด
ทั้งนี้ แนะนำเลือกหุ้นที่มีราคาถูกจ่ายเงินปันผลสูงและตัวใหญ่ โดยให้รอซื้อกลับเมื่อหุ้นพักตัวลงมา เช่น หุ้นในกลุ่มที่มีมาร์เก็ตใหญ่ที่คาดว่าจะเป็นเป้าหมายของการฟื้นตัว เช่น สื่อสาร ได้แก่ ADVANC บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) SCB บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) และธนาคารทหารไทย (TMB) กลุ่มอาหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) และหุ้นมาร์เก็ตแคปเล็กที่น่าสนใจ คือ บริษัท จีเอฟพีที (GFPT)
สำหรับกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค ได้แก่ PTTEP บริษัท ปตท. (PTT) และบริษัท ไทยออยล์ (TOP) แต่หุ้นขนาดเล็กสนใจ TPIPL บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) และบริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP)
ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เออีซี กล่าวอีกว่า หุ้นกลุ่มโรงกลั่นจะเคลื่อนไหวสวนทางกับกลุ่มพลังงานที่มีรายได้อิงกับราคาน้ำมัน สำหรับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และตลาดหุ้นเสี่ยงเกินไปสำหรับการเปิด Short ถ้าซื้อหุ้นไม่ทัน เก็บเงินสดไว้รอซื้อกลับเมื่อตลาดพักฐาน
ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่รูดลงต่ำกว่า 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ระหว่างชั่วโมงการซื้อขายหุ้นราคาน้ำมันฟื้นตัวเล็กน้อยมาซื้อขายเหนือ 30 เหรียญสหรัฐ ช่วยกระชากราคาหุ้นพลังงานดีดตัวขึ้นแรง







