
คาร์ล ไอคาห์น ทุนอำมหิตวอลสตรีท
โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์
โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์
เมื่อกล่าวถึง คาร์ล ไอคาห์น เราจะนึกถึงนักลงทุนซึ่งทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดอย่างไร้ความปรานี นับจากปี 2543 ถึงปลายปี 2558 มีผลตอบแทนการลงทุนสูงถึง 1,104% เทียบกับการลงทุนในหุ้นตามดัชนีดาวโจนส์ ซึ่งมีผลตอบแทนแค่ 106% ในช่วงเดียวกัน
เมื่อมีข่าวว่าเขาไปซื้อหุ้นบริษัทใด มักทำให้ราคาหุ้นบริษัทนั้นเพิ่มขึ้น โดยเรียกในชื่อว่า “The Icahn Lift” แม้เขาจะได้รับความนิยมชมชอบจากผู้ถือหุ้น แต่สำหรับผู้บริหารบริษัทนั้นๆ แล้ว กลับรู้สึกปวดหัวตัวร้อนตามๆ กัน
กลยุทธ์ของไอคาห์นจะซื้อหุ้นในบริษัทที่ราคาหุ้นต่ำกว่าที่ควรเป็นและไม่มีผู้ถือหุ้นใหญ่ ทำให้ง่ายที่จะเข้าครอบงำกิจการ จากนั้นจะขอเก้าอี้ในคณะกรรมการบริษัทและเรียกร้องให้ดำเนินการในทิศทางที่ต้องการ หากผู้บริหารบริษัทนั้นๆ รู้สึกเดือดร้อนรำคาญ บางครั้งจะติดต่อขอซื้อหุ้นจากไอคาห์นในราคาสูง โดยมีเงื่อนไข คือ เขาต้องไม่มายุ่งเกี่ยวบริษัทอีก รู้จักในรูปของจ่ายค่า Greenmail
แต่หากผู้บริหารไม่ซื้อหุ้นคืนและขัดขืนไม่ทำตามที่ไอคาห์นต้องการ ก็จะหาเสียงจากผู้ถือหุ้นรายอื่นในรูป Proxy Fight เพื่อมอบฉันทะให้เขาลงคะแนนเปลี่ยนตัวผู้บริหารหรือบางครั้งเขาจะเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทนั้นในรูปแบบ Tender Offer หวังให้มีคู่แข่งมาแย่งเสนอซื้อหุ้นในราคาสูงกว่า ดังนั้นแม้จะแพ้ประมูลแต่จะมีกำไรมากมายจากการขายหุ้นที่ถือในราคาสูง
สำหรับรูปแบบการแสวงหากำไรของไอคาห์น จะพยายามกดดันให้บริษัทดำเนินการหลายรูปแบบ
รูปแบบแรก ลดค่าใช้จ่ายเพื่อให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้น เช่น ปลดพนักงาน ลดเงินเดือน ลดค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา
รูปแบบที่สอง กรณีบริษัทกักตุนเงินสดจำนวนมากโดยไม่จ่ายออกในรูปเงินปันผล เช่น บริษัท แอปเปิ้ล ก็ได้บีบบังคับให้จ่ายเงินปันผลและซื้อหุ้นคืน
รูปแบบที่สาม ปรับโครงสร้างบริษัทให้เรียบง่ายขึ้น แตกเป็นบริษัทย่อยๆ แต่ละบริษัทจะเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทำให้ราคาหุ้นแต่ละบริษัทเมื่อรวมกันแล้วมีแนวโน้มสูงกว่ารวมเป็นบริษัทเดียว
รูปแบบที่สี่ ขายทรัพย์สินที่มีค่าออกไปในรูปแบบ Asset Stripping เป็นต้นว่า กู้เงินมาซื้อสายการบิน TWA จากนั้นรีดเงินจากสายการบินให้มากที่สุดเพื่อใช้หนี้เงินกู้ เช่น ขายเครื่องบิน ขายสิทธิในเส้นทางบิน ขายระบบคอมพิวเตอร์สำรองที่นั่ง ฯลฯ ทำให้มีกำไรมาก โดยไม่ใส่ใจว่าจะทำให้สายการบินล้มละลายและพนักงานตกงานมากในเวลาต่อมา
สุดท้ายนี้ แม้ถูกมองในแง่ลบ แต่ไอคาห์นกลับมองตนเองว่าเป็นนักบุญเข้ามากอบกู้เศรษฐกิจ กล่าวว่าการที่สหรัฐตกต่ำมากในปัจจุบัน มาจากกรรมการและผู้บริหารบริษัทต่างๆ มักได้รับแต่งตั้งจากระบบอุปถัมภ์ ขาดความรู้ความสามารถ บริหารจัดการโดยมุ่งประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก ไม่สร้างคุณค่าแก่ผู้ถือหุ้น เขาจึงเข้ามาทำลายล้างปัญหาเหล่านี้เพื่อเสริมสร้างความสามารถการแข่งขันของประเทศ







