
เป้าท้าทาย
แม้จะเป็นผู้บริหารเบอร์ 1 ใหม่แกะกล่องของซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) แต่ โยจิ มุโรซะกะ ก็รู้ซึ้งตลาดรถยนต์ของไทยในช่วงวิกฤตได้อย่างดี เพราะถูกส่งตัวมาไทยในปี 2557 เป็นยุคที่ตลาดกำลังตกวูบจาก 1.4 ล้านคันในปี 2555 และ 1.3 ล้านคันในปี 2556 จากอานิสงส์รถคันแรก มาเหลือ 8.8 แสนคัน และยังล้มลุกคลุกคลานมาจนถึงปัจจุบัน
แม้จะเป็นผู้บริหารเบอร์ 1 ใหม่แกะกล่องของซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) แต่ โยจิ มุโรซะกะ ก็รู้ซึ้งตลาดรถยนต์ของไทยในช่วงวิกฤตได้อย่างดี เพราะถูกส่งตัวมาไทยในปี 2557 เป็นยุคที่ตลาดกำลังตกวูบจาก 1.4 ล้านคันในปี 2555 และ 1.3 ล้านคันในปี 2556 จากอานิสงส์รถคันแรก มาเหลือ 8.8 แสนคัน และยังล้มลุกคลุกคลานมาจนถึงปัจจุบัน
แต่มุโรซะกะซัง สมัยที่ยังเป็นผู้อำนวยการใหญ่ดูแลสายการตลาดก็ผลักดันให้ซูซูกิโตสวนตลาดได้ ด้วยกลยุทธ์จิ๋วแต่แจ๋ว ส่งรถเล็กอีโคคาร์ 3 รุ่นที่มีอยู่ลุยตลาดในราคาจับต้องได้ เป็นเจ้าของง่าย ทำให้ปี 2558 ยอดขายโต 5.5% เป็นหนึ่งในสามค่ายรถที่มีอัตราเติบโตเป็นบวก นอกนั้นติดลบกราวรูด
พอขึ้นรั้งตำแหน่งนายใหญ่ค่ายซูซูกิปีนี้เลยขอตั้งเป้าที่ท้าทายโต 13% ด้วยยอดขาย 2.4 หมื่นคัน ดันมาร์เก็ตแชร์เป็น 3% จากปีที่แล้ว 2.6% โดยยังเชื่อว่า อีโคคาร์ที่มีในมือ ทั้ง สวิฟท์ เซเลริโอ และเซียส ยังขายได้พร้อมเป้าหมายระยะกลาง ปี 2563 ดันยอดขายเป็น 5 หมื่นคัน ส่วนหนึ่งจะมาจากอีโคคาร์ตัวใหม่เฟส 2 ที่ขออุบไต๋ไว้ก่อนจ้า







