
ร่วมสร้างมาตรฐาน
สัปดาห์ที่แล้ว สื่อมวลชนให้ความสนใจในเรื่องเกี่ยวกับการแก้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีการแก้ไขในหลายๆ
โดย...ปริย เตชะมวลไววิทย์
สัปดาห์ที่แล้ว สื่อมวลชนให้ความสนใจในเรื่องเกี่ยวกับการแก้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีการแก้ไขในหลายๆ เรื่องให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรักษาความเป็นธรรมในตลาดทุน
การแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้มีการปรับปรุงในส่วนบทบัญญัติเรื่องการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยครอบคลุมบทบัญญัติเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
ที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์หรือการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุน เพราะ ก.ล.ต.ต้องการยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุน
ในตลาดทุนไทยที่ได้รับผลกระทบจากการเผยแพร่ข่าว ซึ่งปราศจากเหตุผลหรือที่มาที่สมเหตุสมผลประกอบ หรือข่าวเท็จ เพื่อล่อลวงให้ผู้ลงทุนเข้าไปซื้อขายหุ้นและตกเป็นเหยื่อข้อมูลอันเป็นเท็จเหล่านั้น
ปัจจุบันร่างกฎหมายอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และคาดว่าจะสามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ในประมาณไตรมาส 3 ของปีนี้
พอกล่าวถึงเรื่องการให้ข่าวเกี่ยวกับหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือบริษัทจดทะเบียน ก็คงอดไม่ได้ที่จะทำให้ผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนตกใจว่า ต่อไปนี้จะไม่สามารถพูดหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจการหรือแนวโน้มของกิจการได้เลยหรือไม่ ซึ่งผมต้องขอเรียนว่า ยังสามารถทำได้นะครับ เพียงแต่สิ่งที่ ก.ล.ต.เรียกร้องจากผู้บริหารคือการมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยต้องให้ข้อมูลที่อยู่บนพื้นฐานที่มีเหตุผลมารองรับ
แน่นอนว่าผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนโดยทั่วไปก็คงอยากเห็นราคาหุ้นของบริษัทตัวเองขึ้นไปสูงๆ เพราะเท่ากับจะสะท้อนว่า ผู้ลงทุนมีมุมมองว่าบริษัทจะเจริญเติบโตไปได้ดี จึงให้คุณค่าบริษัทสูง และหากบริษัทต้องการเงินทุนมาขยายกิจการ ก็คงสามารถเพิ่มทุนได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ ในมุมมองของ ก.ล.ต.ก็เช่นเดียวกัน เราก็มีความยินดีเช่นกันที่ราคาหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์สูงขึ้น เพราะจะสะท้อนว่า ตลาดทุนไทยมีขนาดใหญ่และมีบริษัทที่มีคุณภาพน่าสนใจในสายตาผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
เพียงแต่สิ่งที่ ก.ล.ต.เน้นก็คือ ราคาหุ้นที่เพิ่มสูงขึ้นควรต้องมาจากการมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ มีผลประกอบการดีหรือมีแนวโน้มในการขยายกิจการโดยมีเหตุผลความเป็นไปได้รองรับ หรือมาจากความเชื่อมั่นต่อฝีมือการบริหารของผู้บริหาร ไม่ใช่มาจากการพยายามสร้างข่าวหรือให้ข้อมูลเท็จโดยไม่มีพื้นฐานของความเป็นจริง เพื่อหลอกให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้ามาติดกับ
หากพบว่าการให้ข่าวหรือข้อมูลเท็จดังกล่าวมาจากผู้บริหารของบริษัทเอง ก.ล.ต.ก็จำเป็นจะดำเนินการ เอาผิดทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะเข้าใจว่าคงไม่มีใครชอบให้ตลาดทุนไทยเต็มไปด้วยข่าวลือ ข่าวเท็จ และมีผู้ลงทุนรายย่อยถูกหลอกจนเสียหายทั่วไปหมด และยังจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ ก.ล.ต.เรียกร้องคือความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้บริหารจดทะเบียนนะครับ ผู้บริหารที่มีเจตนาที่ดี มีความมุ่งมั่นบริหารงานและเปิดเผยข้อมูลตามกฎระเบียบของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องตกอกตกใจอะไรเลย
สำหรับการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อมวลชนก็มีความสำคัญมากครับ สื่อมวลชนมีอิทธิพลและบทบาทต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนอย่างมาก ทุกวันนี้สื่อมวลชนต้องทั้งรวดเร็วและรอบคอบในการเสนอข้อมูลที่เป็นความจริง เพื่อช่วยกันดูแลปกป้องผลประโยชน์ของผู้ลงทุนรายย่อย ดังนั้น การเสนอข่าวต่อผู้ลงทุน ด้วยการปฏิบัติตามจรรยาวิชาชีพ ทั้งการจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ หรือการตรวจสอบข้อมูลก่อนการเผยแพร่ทุกครั้ง เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่ยิ่งใหญ่ และหากเป็นไปได้ ถ้ามีการเก็บข้อมูลสัมภาษณ์ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนไว้อ้างอิง เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูล สามารถระบุที่มาได้ชัดเจน ถือเป็นการสร้างประโยชน์แก่ตลาดทุนอย่างแท้จริง
นอกจากการปรับปรุงกฎหมายในเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลแล้ว ก็ยังมีเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น เรื่องการใช้ข้อมูลภายใน การปั่นหุ้น มาตรการลงโทษทางแพ่ง รวมไปถึงการเพิ่มบทบัญญัติรองรับการเชื่อมโยงตลาดทุน เพื่อให้กฎหมายมีประสิทธิภาพและเทียบเคียงกับมาตรฐานสากลได้มากขึ้นและเข้ากับพัฒนาการในด้านต่างๆ ในตลาดทุน ซึ่งถ้ามีโอกาสก็คงจะขอมาเล่าให้ฟังต่อไป
ก.ล.ต.ยินดีรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อนำไปพัฒนาและกำกับดูแลตลาดทุนไทย อันจะนำมาซึ่งการเติบโตอย่างยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจไทย และเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยรวมครับ







