
สัญญาณบวก จากยุโรป
สวัสดีครับ เพียงแค่เดือนแรกของปีนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกก็ระส่ำระสายพอสมควร ไม่เว้นแม้ในตลาดหุ้นยุโรปซึ่งดัชนี MSCI Europe ปรับตัวลงไป 5.63% (Bloomberg, 25 ม.ค. 2559) โดยยังมีความกังวลต่อตัวเลขเศรษฐกิจทั่วโลก การฟื้นตัวช้าของเศรษฐกิจ ค่าเงินหยวนอ่อน รวมถึงราคาน้ำมันที่ยังกดดันตลาดต่อเนื่อง แต่หากลองย้อนไปมองเศรษฐกิจในยุโรปตั้งแต่เริ่มใช้นโยบายผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน(คิวอี) ผมคิดว่าตัวเลขเศรษฐกิจของยุโรปมีพัฒนาการที่น่าสนใจ และทำให้ยุโรปยังคงเป็นภูมิภาคที่น่าลงทุน
สวัสดีครับ เพียงแค่เดือนแรกของปีนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกก็ระส่ำระสายพอสมควร ไม่เว้นแม้ในตลาดหุ้นยุโรปซึ่งดัชนี MSCI Europe ปรับตัวลงไป 5.63% (Bloomberg, 25 ม.ค. 2559) โดยยังมีความกังวลต่อตัวเลขเศรษฐกิจทั่วโลก การฟื้นตัวช้าของเศรษฐกิจ ค่าเงินหยวนอ่อน รวมถึงราคาน้ำมันที่ยังกดดันตลาดต่อเนื่อง แต่หากลองย้อนไปมองเศรษฐกิจในยุโรปตั้งแต่เริ่มใช้นโยบายผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน
(คิวอี) ผมคิดว่าตัวเลขเศรษฐกิจของยุโรปมีพัฒนาการที่น่าสนใจ และทำให้ยุโรปยังคงเป็นภูมิภาคที่น่าลงทุน
ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสภาพคล่องและสถานะทางการเงินที่ช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การขยายตัวของหนี้สินที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้ในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีรายได้จากภายใน โดยเม็ดเงินคิวอีที่อัดฉีดเข้ามาในระบบยังช่วยเพิ่มอุปทานของเงินยูโร ส่งผลให้อุปสงค์ภายในพลอยได้รับการกระตุ้นไปด้วยและส่งผลดีต่ออัตราเงินเฟ้อ
ซึ่งล่าสุด อัตราเงินเฟ้อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ดีดตัวขึ้น 0.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี ด้านความต้องการบริโภคกลับมาคึกคักและดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจก็เพิ่มขึ้น ดัชนีราคาผู้บริโภคขั้นพื้นฐาน (Core CPI) เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา อัตราการว่างงานลดลง และเหนือสิ่งอื่นใดคือเศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มขยายตัวอย่างชัดเจน
ในด้านมาตรการคิวอี ผมเชื่อว่า ธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) น่าจะยังคงดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อเนื่องอีก และน่าจะมีนโยบายเพิ่มเติมอีกในการประชุมรอบถัดไปที่จะจัดขึ้นในเดือน มี.ค.นี้ ส่วนหนึ่งเพื่อลดความกังวลหากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานานจะส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการ รวมถึงจะดันอัตราค่าจ้างให้หดตัวลง และจะทำให้อัตราเงินเฟ้อของยุโรปไปถึงเป้าหมายที่ 2% ล่าช้าลง
และหากจะลองหันไปดูผลประกอบการของ บจ.ในยุโรปจากการกระตุ้นทางเศรษฐกิจ ตลาดคาดการณ์ว่าผลประกอบการของ บจ.มีโอกาสเติบโตขึ้น 49% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทั้งยังมองว่า บจ.ที่มีรายได้จากภายในและมุ่งเน้นไปภาคเศรษฐกิจจริงจะเป็นกลุ่มสำคัญที่กระตุ้นการเติบโตของตลาดหุ้นยุโรป ท่ามกลางภาวะความผันผวนเศรษฐกิจโลกและการชะลอตัวลงในเศรษฐกิจจีน หากมองกันในเชิงระดับราคาหุ้น (Valuation) แล้ว ตลาดยุโรปก็ยังคงมีความน่าสนใจสูง เนื่องจากปัจจุบันมีพี/อีอยู่ที่ 21.39 เท่า ขณะที่คาดการณ์ Forward พี/อีอยู่ที่ 14.3 และให้ปันผลที่ 3.82% (ที่มา : Bloomberg, 25 ม.ค. 2559)
ผมมองว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ตลอดจนค่าเงินที่อ่อนค่าลงจะยังคงช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นยุโรปเติบโตต่อไป และจะยังเป็นทางเลือกในการลงทุนที่ดีให้กับผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงสูงจากตลาดหุ้นในต่างประเทศได้ โดยท่านที่สนใจลงทุนในตลาดหุ้นยุโรป อาจเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศที่เน้นการลงทุนในภูมิภาคยุโรป ภายใต้การบริหารของผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในด้าน “กลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นรายตัว” ซึ่งเป็นสไตล์การลงทุนที่ช่วยสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีจากตลาดหุ้นยุโรปแม้ในสภาวะที่ตลาดอาจต้องเผชิญความผันผวนครับ
ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”







