
ผุดเขื่อนแม่ยมแทนเสือเต้น
กรมชลฯเปิดผลศึกษาเหมาะสมกว่า ลดแรงต้านอ้างได้ชาวบ้านหนุน90%
โพสต์ทูเดย์
— เสนอสร้างเขื่อนแม่ยม พ่วงแม่ยมล่าง 2 เขื่อน 2 หมื่นล้าน แทนเขื่อนแก่งเสือเต้น อ้างชาวบ้านหนุนนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ผลการศึกษาการแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในลุ่มแม่น้ำยม ตามแผนศึกษาการพัฒนาลุ่มแม่น้ำยมทั้งระบบคืบหน้าไปประมาณ 80% เบื้องต้นพบว่าประชาชนในพื้นที่ถึง 90% ต้องการเขื่อน
ดังนั้น ข้อสรุปทั้งหมดจะเสร็จประมาณเดือน ก.ย.นี้ และจะเปิดทำประชาพิจารณ์อีก 6 เดือน จึงคาดว่าจะนำเสนอให้รัฐบาลตัดสินใจได้ในเดือน มี.ค. 2554
ทั้งนี้ ในรายงานผลการศึกษาของกรมชลประทาน มีรายละเอียดการศึกษาการพัฒนาลุ่มแม่น้ำยมทั้งระบบไว้ 4 แนวทาง คือ 1.โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นเดิม ความจุน้ำ 1,175 ล้าน ลบ.ม. 2.โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นเดิม ลดระดับจัดเก็บน้ำเหนือน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) 230 ลบ.ม. และเขื่อนแม่น้ำยมตอนบนความจุน้ำรวมปริมาณ 388 ล้าน ลบ.ม.
3.โครงการเขื่อนห้วยสักเดิม เขื่อนแม่น้ำยมตอนบน ความจุน้ำรวม 589 ล้าน ลบ.ม. และ 4.โครงการเขื่อนแม่น้ำยมและเขื่อนแม่น้ำยมตอนบน ความจุน้ำรวม 754 ล้าน ลบ.ม.
ผลการศึกษาพบว่าโครงการที่ 4 เหมาะสมที่สุด ใช้งบประมาณดำเนินการทั้งสองเขื่อน 18,735 ล้านบาท ซึ่งเขื่อนแม่น้ำยมงบก่อสร้างประมาณ 9,772 ล้านบาท จะปิดกั้นแม่น้ำยมท้ายน้ำเขื่อนห้วยสักประมาณ 4 กิโลเมตร ที่ ต.เตาปูน อ.สอง จ.แพร่ ระดับเก็บกักปกติ 230 ม.รทก. ปริมาตรกักเก็บ 855 ล้าน ลบ.ม.
ขณะที่เขื่อนแม่น้ำยมตอนบนมูลค่าก่อสร้าง 4,957 ล้านบาท เป็นเขื่อนปิดกั้นแม่น้ำยมที่ตั้งอยู่เหนือบ้านดอนชัยสักทองประมาณ 2 กิโลเมตร ที่ ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ระดับเก็บกักปกติ 258 ม.รกท. ปริมาตรเก็บกัก 166 ล้าน ลบ.ม.
ผลการศึกษาระบุด้วยว่า จากการสร้าง 2 เขื่อนดังกล่าวทำให้ต้องมีการอพยพประชาชนในพื้นที่จำนวน 925 ครัวเรือน โดยจะต้องมีการจัดพื้นที่พัฒนาพิเศษให้จำนวน 11,365 ไร่ ด้วยการจัดบ้านพร้อมที่ดินครอบครัวละ 1 ไร่ ที่ดินทำกินครอบครัวละ 9 ไร่ และถนนเข้าพื้นที่ทั้งหมด พร้อมสถานที่ราชการ วัด โรงเรียน ศูนย์ราชการ และสถานีอนามัย
การศึกษาคณะผู้ศึกษาได้ทำการคัดเลือกโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 1 โครงการ และโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางจำนวน 4 โครงการ เพื่อทำการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (ไออีอี)
สำหรับผลดังกล่าวพบว่าในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนบนมีความเสี่ยงต่อน้ำท่วม 50% ของพื้นที่มากกว่า 3 ล้านไร่ แม่น้ำยมตอนล่างและมีพื้นที่เกิดน้ำท่วมทุกปีในลักษณะน้ำไหลล้นตลิ่งและท่วมขัง 2.16 ล้านไร่ ในเขต จ.สุโขทัย พิษณุโลก และพิจิตร และท่วมขังในที่ราบลุ่มทุกปีและท่วมขังอยู่นานในบริเวณเขต อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก และในฤดูแล้งในลุ่มน้ำยม ข้อมูลจากกรมการพัฒนาชนบทปี 2550 พบว่าพื้นที่ดังกล่าวขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคเฉลี่ย 6%แต่ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร 60%
ก่อนหน้านี้ ชาวบ้าน 4 หมู่บ้าน ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ได้ออกมาแสดงพลังคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ภายหลังที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ ประกาศเดินหน้าผุดเขื่อนขนาดยักษ์ขวางกั้นแม่น้ำยม แต่ในที่สุดก็ยอมประกาศเลิกผลักดันแก่งเสือเต้น รอผลการศึกษาของกรมชลประทานแทน เพื่อลดกระแสการต่อต้านจากประชาชน







