
ประมูลข้าวล็อตใหม่5แสนตัน
“พาณิชย์” เตรียมออกทีโออาร์เปิดประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐ 5-6 แสนตันในสัปดาห์นี้
“พาณิชย์” เตรียมออกทีโออาร์เปิดประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐ 5-6 แสนตันในสัปดาห์นี้
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้กรมการค้าต่างประเทศจะออกประกาศเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) ข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลในปริมาณ 5-6 แสนตัน แบ่งเป็นการประมูลข้าวเกรดซีเพื่อเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและอื่นๆ และการประมูลข้าวคุณภาพดีเพื่อการบริโภค โดยหลังจากประกาศทีโออาร์แล้วจะเปิดให้ผู้สนใจเข้าไปตรวจสภาพข้าวในคลังที่จะเปิดประมูล คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์ จะเปิดให้ผู้สนใจยื่นซองเสนอราคาได้
“การเปิดประมูลข้าวในสต๊อกของรัฐบาลในช่วงนี้ถือว่าเหมาะสม เพราะผลผลิตข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2558/2559 ได้ออกสู่ตลาดเกือบหมดแล้ว จึงจะไม่กระทบต่อราคาข้าวเปลือกของชาวนา โดยครั้งนี้จะเปิดประมูลข้าวเกรดซีและข้าวคุณภาพดีอย่างละครึ่ง โดยเฉพาะข้าวเกรดซีที่นำมาเปิดประมูลรอบนี้ จะระบายข้าวสู่ภาคอุตสาหกรรมเหมือนเดิม แต่ที่ต่างจากการประมูลครั้งที่แล้ว คือ ข้าวที่เปิดประมูลจะมีสภาพเป็นฝุ่นผง ซึ่งไม่สามารถนำมาบริโภคหรือทำเป็นอาหารสัตว์ได้” น.ส.ชุติมา กล่าว
พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเซ็นสัญญาขายข้าวเกรดซี 3.7 หมื่นตันให้บริษัทที่ชนะการเปิดประมูล ว่า ขณะนี้บริษัท ว.ธนทรัพย์ ผู้ชนะการประมูลข้าว 2.12 หมื่นตัน ได้มาลงนามเซ็นสัญญาซื้อข้าวกับ อคส.เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2559 หลังกรมวิชาการเกษตรตอบรับแผนนำข้าวไปผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่บริษัท ว.ธนทรัพย์ เสนอไปแล้ว
ทั้งนี้ บริษัท ว.ธนทรัพย์ จะต้องขนย้ายข้าว 1 หมื่นตันออกจากโกดังภายใน 20 วัน
“เดิมทีการเซ็นสัญญาครั้งนี้จะต้องสิ้นสุดในวันที่ 8 ม.ค. แต่ อคส.ได้ขอขยายระยะเวลาสัญญาไปจนถึงวันที่ 29 ม.ค. เนื่องจากได้มีการปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดร่างสัญญาที่กำหนดให้ต้องส่งแผนการนำข้าวไปผลิตบรรจุไว้ในสัญญา และได้ส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณา ซึ่งทางอัยการสูงสุดก็ได้ตอบรับร่างสัญญาที่ปรับปรุงใหม่แล้ว จึงสามารถลงนามในสัญญาได้” พล.ต.ต.ไกรบุญ กล่าว
สำหรับบริษัท สินชัยศรี ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลข้าว 1.61 หมื่นตัน เพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้านั้น เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา บริษัทแจ้งว่าจะไม่เข้ามาลงนามในสัญญาซื้อขาย เนื่องจากแผนการนำข้าวไปใช้ไม่พร้อม ทาง อคส.จึงส่งเรื่องให้กรมการค้าต่างประเทศเพื่อยึดเงินหลักประกันต่อไป







