
เอกชนประเมิน ราคาสินค้าลดอีก
จากสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ยังไม่สดใสนัก ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ภาคเอกชนประเมินว่าในปีนี้การปรับเพิ่มราคาสินค้าของผู้ประกอบการมีความเป็นไปได้ยากมากในขณะที่ตลาดจะมีการแข่งขันสูง เพื่อแย่งกำลังซื้อจากประชาชนที่เพิ่มขึ้นไม่มากนัก
จากสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ยังไม่สดใสนัก ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ภาคเอกชนประเมินว่าในปีนี้การปรับเพิ่มราคาสินค้าของผู้ประกอบการมีความเป็นไปได้ยากมากในขณะที่ตลาดจะมีการแข่งขันสูง เพื่อแย่งกำลังซื้อจากประชาชนที่เพิ่มขึ้นไม่มากนัก
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่าราคาสินค้าส่วนใหญ่จะมีทิศทางทรงตัวไปและมีแนวโน้มว่าจะปรับลงอีก เนื่องจากต้นทุนจากราคาน้ำมันที่ลดลงอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าลดลงและทำให้ราคาส่วนใหญ่ลดลง
“ราคาสินค้าจะลดมากหรือน้อย คงอยู่ที่กระบวนการผลิตของแต่ละอุตสาหกรรมที่ต่างกัน เช่น การใช้พลังงาน วัตถุดิบ แรงงาน เป็นต้น แต่ปีนี้การปรับขึ้นราคาสินค้าคงทำไม่ได้ง่ายนัก เพราะกำลังซื้อของประชาชนไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักในขณะที่ตลาดมีการแข่งขันสูง” นายวัลลภ กล่าว
นายวัลลภ กล่าวว่า แม้ว่าต้นทุนราคาน้ำมันที่ลดต่ำลงจะมีผลให้ต้นทุนค่าขนส่งลดลงตาม แต่ค่าขนส่งจะเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนการผลิตสินค้า หรือคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ย 5-20% จึงต้องติดตามปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น กลุ่มสินค้าในอุตสาหกรรมน้ำมัน อาทิ เม็ดพลาสติกแม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบจะลดลง แต่วัตถุดิบบางชนิดต้องนำเข้าในราคาที่แพงขึ้น เพราะค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
นายวัลลภ ระบุว่า ที่ผ่านมาจะเห็นว่าผู้ประกอบการต่างทยอยปรับลดราคาสินค้า และทำโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 เพื่อที่จะดึงดูดลูกค้าและรักษาส่วนแบ่งการตลาด เนื่องจากกำลังซื้อของคนไทยไม่เพิ่มขึ้น และมีการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนขณะนี้
“ขณะนี้ตลาดย่อมเป็นของผู้ซื้อมากกว่า โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ได้จำเป็นต่อชีวิตประจำวันมากนัก ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคที่เกี่ยวข้องกับปากท้องชาวบ้านนั้นรัฐเองก็พยายามเข้าไปควบคุมอยู่แล้ว” นายวัลลภ กล่าว
ด้าน นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) กล่าวว่า ราคาสินค้ามีแนวโน้มลดลงได้อีก เพราะต้นทุนน้ำมันที่ต่ำ ขณะที่คนไทยค่อนข้างใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง จึงเชื่อว่าไม่มีเอกชนรายใดอยากขึ้นราคาสินค้าท่ามกลางสถานการณ์อย่างนี้ แม้ว่าแต่ละอุตสาหกรรมจะมีต้นทุนและโครงสร้างการผลิตที่
แตกต่างกันก็ตาม
“สิ่งที่กังวลตอนนี้ คือ บางโรงงานมีการระบายสินค้าออก แม้จะมีกำไรน้อยหรือขาดทุนเพื่อที่จะนำเงินมาเสริมสภาพคล่องมากขึ้น ทั้งนี้ปัญหาสภาพคล่องเริ่มมีมากขึ้นต่อเนื่องจากปีที่แล้วเพราะของขายยากทั้งในและต่างประเทศ บางโรงงานต้องระบายสต๊อกเก่าออกแม้จะขาดทุน” นายธนิต กล่าว







