
IECขายเม็ดพลาสติก130ล.
“ไออีซี” เซ็นขายเม็ดพลาสติกรีไซเคิลกว่า 130 ล้านมั่นใจเพิ่มทุน 498 ล้านสำเร็จ
“ไออีซี” เซ็นขายเม็ดพลาสติกรีไซเคิลกว่า 130 ล้านมั่นใจเพิ่มทุน 498 ล้านสำเร็จ
นายภูษณ ปรีย์มาโนช ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง (IEC) ผู้นำทางธุรกิจด้านพลังงานทดแทน ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ และโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล และการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล เปิดเผยว่า บริษัทได้เซ็นสัญญาขายเม็ดพลาสติกรีไซเคิลกว่า 130 ล้านบาท ให้กับบริษัทในประเทศไทย 4 แห่ง และบริษัทต่างประเทศ 4 แห่ง
ปัจจุบันโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล จ.ระยอง ได้ลงทุนไปกว่า 663 ล้านบาท อยู่ระหว่างการติดตั้งเครื่องจักรในเฟสที่หนึ่งจำนวน 6 สายการผลิต ซึ่งเมื่อติดตั้งครบ 6 สายการผลิตจะสามารถผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลได้ประมาณ 100 ตัน/วัน
ทั้งนี้ ในไตรมาส 2 IEC วางแผนที่จะผลิตเม็ดพลาสติกเต็มรูปแบบ โดยติดตั้งเครื่องจักรจำนวน 16 สายการผลิต คาดว่าจะสามารถผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลได้ถึง 300 ตัน/วัน บริษัทเชื่อว่า ผลผลิตจะสามารถตอบสนองตลาดเม็ดพลาสติกที่มีความต้องการอย่างมากในประเทศจีน
นายภูษณ กล่าวต่อไปว่า เม็ดพลาสติกรีไซเคิลของ IEC ขณะนี้ได้รับความสนใจจากบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยบริษัทภายในประเทศเหล่านี้มีความต้องการเม็ดพลาสติกรีไซเคิลรวมประมาณ 1,150 ตัน/เดือน ซึ่งหนึ่งในบริษัทที่ให้ความสนใจและมีความต้องการมากที่สุดคือบริษัท ซี.เอ็ม.ที.โพลีเมอร์ส คาดว่าสูงถึง 400-500 ตัน/เดือน
สำหรับบริษัทในต่างประเทศที่ให้ความสนใจนั้น มีความต้องการเม็ดพลาสติกรีไซเคิลรวมกันประมาณ 2,500 ตัน/เดือน ซึ่งหนึ่งในบริษัทที่ทำสัญญาซื้อขายเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคือบริษัท Assarama ประเทศมาเลเซีย มีความต้องการสูงสุดถึง 2,000 ตัน/เดือน
“บริษัทมั่นใจว่าเม็ดพลาสติกรีไซเคิลของ IEC จะเข้าไปทดแทนความต้องการของตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศในอนาคตได้อย่างแน่นอน” นายภูษณ กล่าว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการผลิตพลาสติก 8 บริษัทที่เซ็นสัญญากับ IEC บริษัทในประเทศไทยประกอบด้วย บริษัท ซี.เอ็ม.ที.โพลีเมอร์ส บริษัท เดก้า คัลเลอร์โปร บริษัท แสงรุ่งเรือง บริษัท KP holding
บริษัท เมกา โพลิเมอร์ ส่วนบริษัทต่างชาติจาก จีน ได้แก่ บริษัท Lianda (Zhajiagang, China) บริษัท Guorui Plastic (Gvangzho, China) และบริษัทจากประเทศมาเลเซีย คือ บริษัท Assarama (Klang, Malaysia)
นายภูษณ กล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่าผู้ถือหุ้นจะใช้สิทธิการจองหุ้นเพิ่มทุน 22,599,491,250 หุ้น ในอัตราส่วน 8 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นเพิ่มทุน ในราคาหุ้นละ 0.022 บาท/หุ้น ซึ่งจากการเดินสายโรดโชว์เพื่อสอบถามความสนใจนั้น ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่มีความสนใจใช้สิทธิจำนวนมาก และมีผู้ถือหุ้นบางรายให้ความสนใจจะใช้สิทธิมากกว่าที่กำหนด คาดว่าจะได้รับเงินระดมทุน 498 ล้านบาท ไว้ใช้สำหรับการลงทุนในโรงงานผลิตเม็ดพลาสติก
ทั้งนี้ ราคาขายหุ้นเพิ่มทุนต่ำกว่าราคาในตลาดที่ 0.03 บาท
อย่างไรก็ตามที่ ผ่านมาบริษัทได้ยกเลิกการจัดสรรหุ้นให้กับบุคคลในวงจำกัด (พีพี) ที่เหลือจำนวน 24,028,655,000 หุ้น
นอกจากนี้ ด้านคณะกรรมการบริษัท ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) หรือ CHUO มีมติจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 22.5 ล้านหุ้น เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 8 ก.พ. 2558 ในสัดส่วน 2 ต่อ 1 ในราคาพาร์หุ้นละ 5 บาท กำหนดวันจองซื้อและชำระค่าหุ้น วันที่ 7-11 มี.ค. 2559
ขณะที่ราคาหุ้นล่าสุดปิดที่ 4.92 บาท วัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนและการใช้เงินทุน เพื่อใช้ในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ได้รายได้อย่างต่อเนื่อง และการลงทุนในระบบแบบดิจิทัล เพื่อให้การเจริญเติบโตของธุรกิจมีผลกำไรมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ในช่วงนี้บริษัทจดทะเบียนมีการรายงานการใช้เงินจากการขายหุ้นเพิ่มทุน และการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) พบว่า บริษัทหลายแห่งคงใช้แต่เงินทุนหมุนเวียนไม่ได้นำเงินไปลงทุนในโครงการใหญ่ๆ ตามวัตถุประสงค์ของการระดมทุน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวลง รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องพลังงานทดแทน







