
แนะปรับกลยุทธ์เจาะตลาดจีน
สมาคมส่งออกเอสเอ็มอีลุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลังฟื้น แนะรายย่อยเจาะกำลังซื้อรุ่นใหม่
สมาคมส่งออกเอสเอ็มอีลุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลังฟื้น แนะรายย่อยเจาะกำลังซื้อรุ่นใหม่
นายเทพทัย สุริยลักษณ์ นายกสมาคมผู้ส่งออกเอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า จากแนวโน้มเศรษฐกิจประเทศจีนที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง มองว่ายังไม่น่าเป็นห่วงสำหรับการทำตลาดส่งออกของเอสเอ็มอีไทยที่สนใจตลาดดังกล่าว ด้วยขณะนี้เห็นว่ารัฐบาลจีนได้เข้ามาแก้ปัญหา รวมถึงการนำเงินทุนสำรองจำนวนมากเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และคาดจะฟื้นตัวเศรษฐกิจในครึ่งหลัง
ของปีนี้
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการส่งออกของไทยในตลาดจีนทยอยลดลงต่อเนื่อง เป็นผลจากความตื่นตระหนกของผู้บริโภคชาวจีนจากหลายปัจจัยลบที่เกิดขึ้นตลอดช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่การปรับลดอัตราค่าเงินหยวน วิกฤตในตลาดหุ้นจีน กระทั่งล่าสุดสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนออกมาระบุอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2558 อยู่ที่ 6.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 25 ปี ลดลงจาก 7.3% ในปี 2557
“สถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นในจีน จะคล้ายคลึงกับเศรษฐกิจในไทยที่เกิดการชะลอตัวด้านกำลังซื้อ จากบรรยากาศทางเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้กำลังซื้อจีนจะยังมีอยู่ แต่เพียงรอจังหวะการฟื้นตัวก่อน เพราะยังอยู่ในช่วงระมัดระวังการจับจ่าย” นายเทพทัย กล่าว
สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีไทยที่เตรียมทำตลาดในประเทศจีนนั้น จำเป็นต้องวางแผนและปรับกลยุทธ์การทำธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนที่มีกำลังซื้อสูงขึ้นจากชนชั้นกลาง มีความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพอีกระดับหนึ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีและเริ่มหันมาจับจ่ายซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์ หรือ อี-คอมเมิร์ซมากขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาปัญหาหลักของเอสเอ็มอีไทย คือ มีความชำนาญด้านการผลิต แต่ขาดทักษะในการทำตลาด โดยเฉพาะการทำตลาดต่างประเทศ ทำให้ไม่มีประสบการณ์การส่งออกและการตลาดในหลายด้าน รวมถึงตัวสินค้าเองที่ควรจะต้องยกระดับจากตรงกลางให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพในราคาสูงขึ้น เพื่อเจาะกำลังซื้อคนจีนรุ่นใหม่
ขณะที่แผนงานของสมาคมฯ ในปี 2559 เตรียมนำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่สนใจทำตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศจีน อินเดีย และกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) เป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพจากกำลังซื้อที่กำลังขยายตัวตามเศรษฐกิจ ซึ่งในปีนี้มีแผนนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าไม่ต่ำกว่า 10 งาน







