
ประสาร วางกติกาธปท. สกัดข้อครหาอุ้มแบงก์
....แน่งน้อย ชัยรัตนมโนกร
ประสาร ไตรรัตน์วรกุล เปิดตัวให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกหลังได้รับคัดเลือกเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ ซึ่งจะเริ่มงานในวันที่ 1 ต.ค.นี้
ประสาร บอกถึงเหตุผลในการมารับใช้ประเทศชาติว่า ขณะนี้มีอายุ 58 ปีแล้ว อยากจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและอยู่ในจุดที่มีความหมายต่อชีวิตมากที่สุด
ตอนที่ตัดสินใจจะลงสมัครคัดสรรตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท.นั้น ได้บอกครอบครัวก่อนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะภรรยาที่ขณะนี้ทำงานอยู่ที่ ธปท. และมีอายุงานถึง 24 ปี ว่าต่อไปชีวิตจะไม่สงบ ซึ่งภรรยาและลูกๆ ก็เอาใจช่วย หลังจากนั้นได้บอกกล่าว บัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย
“
คุณบัณฑูรก็มีความเป็นห่วงและพูดด้วยความหวังดี เกรงว่าหากการเมืองเปลี่ยนแปลงอาจจะถูกรังแกได้ และอาจจะกระทบต่อรายได้ ในยามที่ลูกก็ยังเรียนหนังสืออยู่ แต่เมื่อมองเงื่อนไขการให้ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท.ในปัจจุบันนี้ ถือว่าไม่ง่ายแล้ว มีเงื่อนไขระบุชัดเจน เช่น การทำผิดร้ายแรงไม่เหมือนที่ผ่านมา” ประสาร กล่าวประสาร เล่าให้ฟังถึงการสอบสัมภาษณ์ว่ามีคนสัมภาษณ์ 7 คน ก็รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย เวลาจำกัด เหมือนการทำข้อสอบ ประธานกรรมการสรรหาเป็นคนถามใน 4 ด้านคือ 1.การบริหาร 2.นโยบายการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน 3.นโยบายสถาบันการเงิน 4.ระบบชำระเงิน ส่วนของ รมว.คลัง ให้ทำโจทย์ 6 ข้อ ข้อละ 1 หน้ากระดาษพิมพ์ให้ส่งภายใน 1 สัปดาห์
สำหรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเข้ามารับตำแหน่งนี้อาจจะเอื้อประโยชน์ให้กับธนาคารกสิกรไทยนั้น ว่าที่ผู้ว่าการ ธปท. ย้อนถามว่า จะเอื้อประโยชน์ให้กับสถาบันการเงินโดยรวมหรือกับธนาคารกสิกรไทย ทั้งนี้การทำงานมีหลักบรรษัทภิบาลจะต้องใช้ 3 องค์ประกอบคือ 1.กฎ ข้อบังคับเป็นสายบังคับบัญชา 2.กลไกในการทำงาน ในการรับผิดรับชอบ และ 3.จิตใจ ก็ไม่รู้จะอธิบาย การันตีได้อย่างไร จุดใหญ่อยู่ที่ใจของเรา
ทั้งนี้ ตามกฎหมายใหม่ปี 2551 ไม่ได้ห้ามคนทำงานสถาบันการเงินเอกชนมาเป็นผู้ว่าการ ธปท. คนที่แก้ไขกฎหมายได้คิดเฉพาะขาออก เรื่องห้ามไปทำงานในสถาบันการเงิน 2 ปีหลังจากพ้นจากตำแหน่ง ดังนั้นในการกำหนดค่าตอบแทนจะต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย แต่ไม่ได้ห้ามขาเข้า ซึ่งเดาหลักคิดนี้ว่าคนแก้ไขไม่รู้ว่าคนมาใหม่จะเอื้อประโยชน์ให้สถาบันการเงินเดิมได้อย่างไร และคงไม่คิดว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการงานในตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท.
ส่วนการที่ผู้ว่าการ ธปท.ไม่สามารถไปทำงานกับสถาบันการเงินนาน 2 ปี เพราะเกรงว่าจะสร้างบุญคุณกันก่อนหน้าที่จะพ้นตำแหน่ง
นอกจากนี้ การทำงานใน ธปท.ก็มีกลไกการตรวจสอบที่ดีมาก ผู้ว่าการ ธปท.จะไม่สามารถสั่งการอะไรที่ไม่มีการบันทึก เพราะทุกเรื่องจะต้องมีเจ้าหน้าที่ บันทึกเป็นลำดับชั้นกว่าจะถึงผู้ว่าการ ธปท. มีเป็นเอกสารบันทึกไว้ทุกเรื่อง หากสั่งใครไม่ถูกเรื่อง ซึ่งเป็นโจทย์หนึ่งที่หากเข้าไปแล้วจะต้องปรับแก้ไข รวมถึงการทำงาน น้อยครั้งที่ผู้ว่าการ ธปท. จะติดต่อประสานงานกับสถาบันการเงินโดยตรง ส่วนใหญ่จะจบอยู่ที่ผู้ช่วยผู้ว่าการ
หากมองในมุมกลับกัน การได้ผู้ว่าการ ธปท. ที่มาจากสถาบันการเงิน มีความเข้าใจระบบสถาบันการเงิน จะทำให้ ธปท.ออกนโยบาย หรือคัดกรองนโยบายการเงินที่ค้างอยู่มาก น่าจะมีผลดีมากขึ้น ซึ่งในสหรัฐ อลัน กรีนสแปน อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็มาจากภาคเอกชน เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับ เพราะคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจได้แม่นยำ แบบ
“เท้าติดดิน” โดยให้ความสำคัญกับสินค้าคงคลังของเหล็ก หลังจากที่เคยไปเยี่ยมโรงงานเหล็กประสาร ยกตัวอย่างนโยบายที่คั่งค้างรอการแก้ไข กรณีที่มีเสียงเรียกร้องให้ธนาคารพาณิชย์ลดค่าธรรมเนียม (ฟี) ลดส่วนต่างดอกเบี้ย ขณะที่ทางการเมืองต้องการพัฒนาการให้บริการออกไปต่างจังหวัดมากขึ้น ให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินง่ายขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกัน หากต้องการให้ไปต่างจังหวัด แต่ต้องการลดค่าธรรมเนียม เพราะถ้าทำไม่มีกำไร ก็ไม่มีใครอยากจะทำ
ส่วนเรื่องของการให้ลดรายได้ดอกเบี้ยรับและจ่ายสุทธิ (NIM) ซึ่งในปี 2552 เท่ากับ 3.3% ทางธนาคารกสิกรไทยก็เปรียบเทียบกับประเทศที่ตลาดเงินกำลังพัฒนาด้วยกัน แล้วพบว่าของไทยต่ำกว่า เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อยู่ที่ 56% ปากีสถาน 3.1% ส่วนประเทศที่ตลาดเงินพัฒนาแล้ว เช่น ยุโรป อยู่ที่ 2%
“
ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยพูดลอยๆ ไม่ได้ว่าสูงหรือต่ำ ถ้าแยกแยะกลุ่มลูกค้า ธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย การบินไทย แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส ส่วนต่างนิดเดียว แบงก์คิดดอกเบี้ยประมาณเอ็มแอลอาร์ลบ 2% เท่ากับ 4% เพราะมีการแข่งขันกันสูง ไม่เพียงธนาคารพาณิชย์ด้วยกัน ตลาดทุนหรือต่างประเทศก็ระดมเงินได้ ส่วนลูกค้ารายบุคคล สินเชื่อบ้านก็มีการแข่งขันสูงเช่นเดียวกัน ลงมาห้ำหั่นราคาเหลือ 0% ใน 9 เดือนบ้าง 5 เดือนบ้าง แต่ลูกค้าเอสเอ็มอี ไมโคร สินเชื่อบุคคลต้องคิดดอกเบี้ยสูง เอสเอ็มอี คิดเป็นเอ็มแอลอาร์บวก 2% เท่ากับ 8%” ประสาร กล่าวส่วนเรื่องต้นทุนการให้บริการก็มีโอกาสลดลงได้ ซึ่งที่ผ่านมาต้นทุนสูงส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีคำขอสินเชื่อถูกปฏิเสธมาก หากมีระบบคัดกรองลูกค้าที่ดีขึ้นก็สามารถลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลงได้ ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าธนาคารในยุโรปมีรายได้จากค่าธรรมเนียมสูง เพราะผู้บริหารมองการให้บริการโดยคำนึงถึงองค์ประกอบโดยรวม อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) หรืออัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA)
เช่นเดียวกับระบบธนาคารพาณิชย์ไทย การให้บริการบางรายการไม่คิดค่าธรรมเนียม เพื่อให้ลูกค้ามาใช้บริการอื่น เช่น อินเทอร์เน็ต แบงกิง เพื่ออยากจะได้เงินที่มีต้นทุนต่ำไปหาดอกเบี้ย หรือสาขาที่ให้บริการไม่คิดค่าธรรมเนียมการฝาก ถอนเงิน เพื่อต้องการขายกองทุน ประกัน สร้างรายได้ให้กับธนาคาร ดังนั้น การวัดผลตอบแทนของธนาคารพาณิชย์ว่าสูงหรือต่ำเกินไปจากตัวเลข ROE และ ROA ก็ได้ แต่จะต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพการ บริหารงาน การควบคุมต้นทุนของธนาคารประกอบด้วย
“
การตัดสินใจหลายเรื่อง ไม่มีถูก ไม่มีผิด เรื่องลดค่าธรรมเนียม ท้ายที่สุดต้องคิดให้ชัดเจนว่ามีวัตถุประสงค์อะไร ถ้าอยากได้ประโยชน์จากบางเรื่อง แต่หากห้ามเลย ก็จะไม่ได้ประโยชน์อย่างที่ต้องการเลย” ประสาร กล่าวทิ้งท้ายดังนั้นก็พยายามหาประโยชน์ที่เราอยากได้แล้วสร้างกลไกมาดูแล ซึ่งคิดว่าคนเคยอยู่ภาคสถาบันการเงินมาทำงาน ก็จะช่วยเรื่องนี้ได้ และระบบของบ้านเรา ต้องตอบคำถามต่อสาธารณชนเป็นระยะๆประสารยกตัวอย่างของประเทศเกาหลี ต้องการลดการใช้กระดาษ และธนบัตร ลง ให้ใช้อิเลกทรอนิกส์แทน ดังนั้นการใช้บัตรเดบิดแทนเงินสด สามารถนำไปหักลดภาษีได้ ก็จะทำให้ยอดรูดบัตรเพิ่มขึ้น ลดการพิมพ์ธนบัตรและการจัดเก็บ การขนเงินสดไปเก็บไปทอนเงิน ขณะเดียวกันบัตรเครดิตที่รูดก็ออกกฎให้รูดผ่านบริษัทเกาหลี เท่านั้น
เพราะฉะนั้นการสั่งให้ธนาคารพาณิชย์ลดรายได้ดอกเบี้ย หรือค่าธรรมเนียมที่ยังเป็นปัญหาที่ติดหล่มอยู่นั้น ธปท. จะต้องตีโจทย์ให้แตกเสียก่อนว่าต้องการทำเพื่ออะไร หากต้องการพัฒนาระบบการเงินและสถาบันการเงินไทย แล้วมั่นใจได้ว่า "ประสาร"ที่มาจากธนาคารพาณิชย์เอกชนสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ให้ลุล่วงไปด้วยดี







