posttoday
ธุรกิจดิจิทัล โอกาสหรือความเสี่ยงของแบงก์

ธุรกิจดิจิทัล โอกาสหรือความเสี่ยงของแบงก์

30 มกราคม 2559

กระแสเศรษฐกิจดิจิทัลที่เป็นอนาคตของประเทศ ทำให้ธนาคารพาณิชย์เห็นความสำคัญและเบนเข็มเข้ามาเป็นผู้สนับสนุน

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

กระแสเศรษฐกิจดิจิทัลที่เป็นอนาคตของประเทศ ทำให้ธนาคารพาณิชย์เห็นความสำคัญและเบนเข็มเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดิจิทัลมากขึ้น แต่ปรากฏว่าหลายปัจจัยไม่เป็นไปตามที่คิด จนเกิดคำถามว่า ดิจิทัลกลายเป็นความเสี่ยงของธนาคารหรือไม่

โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นปัญหาหลังการออกใบอนุญาตประกอบกิจการจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทั้งธุรกิจทีวีดิจิทัล ที่มีการประมูลใบอนุญาต 24 ช่อง ผ่านมา 2 ปี ผู้ประกอบการออกอาการร่อแร่ไปไม่ไหว

นอกจากนี้ การประมูลใบอนุญาต 4จี คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่ราคาประมูลคลื่นความถี่ทุบสถิติโลกกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท/ไลเซนส์ จนเป็นที่ฮือฮา แต่หลังจากนั้นกลายเป็นความกังวลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินทุนที่ผู้ชนะต้องจ่ายพร้อมวางหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงิน (แบงก์การันตี) ด้วยมูลค่ามหาศาล

ประเด็นเหล่านี้ ล้วนเกี่ยวข้องกับธนาคารซึ่งเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อและสนับสนุนเงินทุนให้แก่ผู้ประกอบการ โดยความเสี่ยงของทั้งทีวีดิจิทัลที่มาจากสภาพตลาด จำนวนผู้เล่นมากเกินไป และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และโครงข่าย 4จี ที่มีราคาประมูลสูงเกินกว่าที่คาดหมาย ทำให้ธนาคารต้องลงมาคลุกวงในแผนธุรกิจของลูกค้า

ปัญหาเกิดขึ้นแล้วในธุรกิจทีวีดิจิทัล ซึ่งมีธนาคารที่ออกแบงก์การันตี 3 ราย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่กำลังแบกรับความเสี่ยงร่วมไปกับลูกค้า ทำให้ กสทช.ได้เชิญตัวแทนของธนาคารทั้ง 3 ราย เข้าร่วมเป็นคณะทำงานแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล เพื่อหาทางออกร่วมกัน

สัญญาณของทีวีดิจิทัลที่ไปไม่ไหว เริ่มขึ้นจากลูกค้าของธนาคารกรุงเทพ คือ บริษัท ไทยทีวี เจ้าของเดียวกับทีวีพูล ประกาศปฏิเสธการจ่ายค่าใบอนุญาตตั้งแต่งวดที่ 2 และขอคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 2 ช่อง คือ ช่องไทยทีวี และช่องเด็กโลก้า พร้อมฟ้องร้องทางกฎหมาย ไม่ให้ยึดแบงก์การันตี เพราะมั่นใจว่าไม่ผิด ซึ่งเรื่องนี้ยังอยู่ในกระบวนการหาทางออก

หลังจากนั้น ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 7 ราย ประกอบด้วย ช่องวัน ช่องจีเอ็มเอ็มแชนแนล ช่องไทยรัฐทีวี ช่องพีพีทีวี ช่องไบรท์ทีวี ช่องเนชั่นทีวี และช่องนาว 26 ฟ้องร้อง กสทช.ต่อศาลปกครองเพื่อออกมาตรการเยียวยาด้วยการให้เลื่อนชำระค่าใบอนุญาตงวดที่ 3 ที่จะถึงกำหนดในวันที่ 22 พ.ค. และชดใช้ค่าเสียหายให้แต่ละสถานี เนื่องจาก กสทช.ดำเนินการเรื่องการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลไม่ได้อย่างที่ประกาศไว้

อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องของผู้ฟ้องร้องมีข้อพิพาทบางประการ เมื่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลบางราย ยืนยันว่า สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ทำให้อัยการสูงสุดซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมแก้ไขปัญหาทีวีดิจิทัล แนะว่า หากมีบางรายชำระค่าใบอนุญาตได้ อาจจะเกิดคำถามกับผู้ประกอบการรายอื่นที่จะไม่ชำระ ว่ามีสาเหตุจากการทำธุรกิจของตัวเองหรือไม่ ในเมื่อทุกรายประสบภาวะการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลเหมือนกัน

แม้คณะทำงานแก้ไขปัญหาทีวีดิจิทัลยังไม่ได้ข้อสรุปในการประชุม 2 ครั้งที่ผ่านมา แต่สถาบันการเงินเจ้าหนี้เริ่มทบทวนความเสี่ยงของธุรกิจทีวีดิจิทัลใหม่ โดยธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมีลูกค้า อาทิ เนชั่น ยืดระยะเวลาคาดการณ์ที่ธุรกิจคุ้มทุนนานไปถึง 15 ปี

สุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การปรับประมาณการจุดคุ้มทุนธุรกิจทีวีดิจิทัลจาก 10 ปี เป็น 15 ปี ตามอายุใบอนุญาตประกอบกิจการ เพราะตลาดทีวีดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับมีจำนวนช่องให้เลือกรับชมมาก

ทั้งนี้ ทีวีดิจิทัล แม้จะมีความเสี่ยง แต่ก็ยังมีโอกาส จึงได้แนะนำลูกค้าให้ปรับแผนธุรกิจ ใช้โอกาสจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นช่องทางเข้าถึงผู้บริโภค เพราะคนสมัยใหม่รับคอนเทนต์ได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ ไม่จำเป็นต้องรอดูตามเวลาออกอากาศ

สำหรับลูกค้าของธนาคาร แม้จะมีบางรายอยู่ในกลุ่มฟ้องร้อง กสทช. แต่ทุกรายยังชำระหนี้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองเพิ่มเติม โดยเกณฑ์การตั้งสำรองหนี้ของทีวีดิจิทัลเหมือนกับลูกหนี้ปกติ ที่ธนาคารจะตั้งสำรองเมื่อลูกหนี้ค้างชำระเป็นเวลา 3 งวดขึ้นไป

“ปัญหาทีวีดิจิทัลไม่ใช่ความผิดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากจะให้ธุรกิจเดินต่อไปต้องร่วมกันหาทางออก เช่น การเลื่อนจ่ายค่าใบอนุญาต หากมองด้านเดียวรัฐไม่เลื่อนให้ก็ได้ แต่อีกด้านหนึ่ง การเลื่อนจ่ายออกไปจะยิ่งเพิ่มมูลค่าของใบอนุญาต ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน” สุวัฒน์ กล่าว

ด้านธนาคารกรุงเทพ ซึ่ง วีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ รองผู้จัดการใหญ่ สายลูกค้าธุรกิจรายกลาง ระบุว่า มองการคุ้มทุนของลูกค้าทีวีดิจิทัลนานกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 3 ปี แม้ลูกค้าปรับแผนอย่างต่อเนื่อง แต่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย ทว่ายังไม่กระทบการชำระหนี้ สำหรับประเด็น 4จี คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ผู้ชนะประมูล 2 ราย ขณะนี้ดูเหมือน ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิว นิเคชั่น จะรอดตัว เพราะภาษีที่ดีกว่าจากฐานลูกค้าและธุรกิจในเครือที่เอื้อ ทำให้ธนาคาร 5 แห่ง พร้อมที่จะออกแบงก์การันตีให้

ที่เหนื่อยกว่าเห็นจะเป็นแจส โมบาย บรอดแบนด์ ที่ยังไม่ตกผลึก ว่าธนาคารใดจะเข้ามาสนับสนุนทางการเงิน แม้แต่ธนาคากรุงเทพที่แจสฯ ประกาศว่าเป็นพันธมิตร ยังไม่ปริปากตอบรับหรือปฏิเสธการให้กู้ จนเกิดกระแสข่าวว่า อาจจะต้องมีการคืนไลเซนส์หรือไม่

เรื่องดิจิทัลเป็นสิ่งที่เปลี่ยน แปลงเร็ว หลายคนอาจจะคาดการณ์ไปก่อน แต่ท้ายที่สุดการรบต้องรอจนถึงวันสุดท้ายที่ครบกำหนด จึงจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า ใครจะอยู่ ใครจะไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท