
2บจ.รุกพลังงานทดแทน
เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน เล็งลงทุนนิคมฯ พลังงานทดแทน 1,000 ล้าน
เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน เล็งลงทุนนิคมฯ พลังงานทดแทน 1,000 ล้าน
นายสุวัฒน์ เหลืองวิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) เปิดเผยว่า ภายในปี 2559 บริษัทจะได้ข้อสรุปและสามารถลงทุนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนแห่งแรก ขนาดพื้นที่ 1,000 ไร่ มูลค่าการลงทุน 1,000 ล้านบาท ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ตามแผนงานใน 3 ภูมิภาคที่จะมีการศึกษาร่วมกัน
ล่าสุดบริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อศึกษาการพัฒนาโครงการผลิตกระแแสไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรมร่วมกัน ซึ่งจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนพร้อมลงทุนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนแห่งแรก เพราะมีแผนที่ลงทุนพัฒนาสร้างโรงไฟฟ้าในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน เพราะต้องการแหล่งวัตถุดิบจากขยะนำมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง จากการนำขยะมาคัดแยกผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทดแทนเชื้อเพลิง (RDF)
ขณะที่การเอ็มโอยูกับ กฟผ.ตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่กำหนดแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกปี 2558-2579 มีเป้าหมายที่ 19,635 เมกะวัตต์ หรือสัดส่วนประมาณ 30% ของกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งมาจากแหล่งพลังงานหลายรูปแบบ
ด้านภาพรวมขยะในระบบของไทยอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านตัน/ปี ซึ่งจากการศึกษาพบว่าขยะประมาณ 1 ตัน สามารถผลิตไฟฟ้าได้ขนาด 100 เมกะวัตต์ ซึ่งต้องมีความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบันบริษัทมีการลงทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าจากขยะแล้วผ่านบริษัทลูกที่ถือหุ้นสัดส่วน 60% คือ บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำนวน 2 โครงการ ขนาด 9.4 เมกะวัตต์/โครงการ มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท/โครงการ สามารถสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าประมาณ 400-500 ล้านบาท/โครงการ/ปี จะเริ่มทยอยจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) 1 โครงการ ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2559 และอีก 1 โครงการ จะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ปี 2560
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่ง บริษัทจะรับรู้กำไรในรูปของเงินปันผลรับตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทลูกที่สัดส่วน 60% จะเป็นปัจจัยบวกให้กำไรของ BWG ในปี 2559-2560 มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด
“ธุรกิจโรงไฟฟ้าบริษัทในอนาคตมีนโยบายนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย” นายสุวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทมีโรงผลิต RDF เอง ซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าจำนวน 2 โรงงาน จะสามารถผลิตในปีนี้ครบส่งผลให้มีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 500 ตัน/วัน จากเดิมที่ 250 ตัน/วัน เพียงพอความต้องการใช้ของโรงไฟฟ้าของบริษัท และในอนาคตตามแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการลงทุนโครงการไฟฟ้าแห่งใหม่ที่จะลงทุน รวมถึงเพื่อจำหน่ายให้กับโรงไฟฟ้า
นอกจากนี้ ในอนาคตบริษัทจะมีแหล่งรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนแห่งแรก การขาย RDF และธุรกิจจำหน่ายไฟฟ้าเข้าเสริม จากธุรกิจที่บริหารและจัดการ
สิ่งปฏิกูลแบบครบวงจร
นายสุวัฒน์ กล่าวว่า ในปี 2559 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไว้ที่ประมาณ 10-15% เป็นการเติบโตเดียวกันกับปี 2558 ที่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย สอดคล้องกับการเติบโตของปริมาณขยะที่ถูกส่งมาที่บริษัททั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่
ด้านความคืบหน้าในการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) จำนวน 319 ล้านหุ้น อยู่ระหว่างการเจรจากับนักลงทุนสถาบันต่างประเทศจำนวน 2-3 ราย จะสามารถได้ข้อสรุปในเดือน เม.ย. 2559
นายสุรศักดิ์ คุณานันทกุล กรรมการ บริษัท สยามสตีลอินเตอร์เนชั่นแนล (SIAM) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติให้บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลเอนเนอร์จี บริษัทย่อย เข้าซื้อหุ้นสามัญ 100% หรือ 999,998 หุ้น ในราคา 2.5 บาท มูลค่ารวม 2.499 ล้านบาท ในบริษัท บางพระกรีนเอนเนอร์จี หรือ BGE จากผู้ถือหุ้นเดิม 1 ราย ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวโยงกัน
ด้าน BGE เป็นโฮลดิ้ง คอมพานี และมีเงินลงทุนในบริษัท Rich Solar Energy Godo Kaisha หรือ RSE ประเทศญี่ปุ่น 97% ซึ่งลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในโครงการ Miyagi Solar Project กำลังการผลิต 15.17 เมกะวัตต์ บนที่ดินเช่าระยะยาว 23 ปี ขนาด 255,812 ตารางเมตร หรือ 159.88 ไร่ ที่เมืองมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น มูลค่ารวม 1,358 ล้านบาท หรือ 4,467 ล้านเยน
สำหรับโครงการดังกล่าวมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการขายไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับหน่วยงานที่รับซื้อไฟฟ้าในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว โดยบริษัท Tohoku Electric Power เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าตามสัญญาเป็นระยะเวลา 20 ปี นับจากวันจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) หรือภายในไตรมาส 3 ปี 2560 ในอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ Feed-in Tariff (FIT) หน่วยละ 36 เยน ทั้งนี้คาดว่าโครงการดังกล่าวจะมีผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) 10-12%







