
สร้างบ้านเล็กโต
เศรษฐกิจซบ กระทบรับสร้างบ้าน พีดีเฮ้าส์หาตลาดใหม่ ประเทศซีแอลเอ็มวี
เศรษฐกิจซบ กระทบรับสร้างบ้าน พีดีเฮ้าส์หาตลาดใหม่ ประเทศซีแอลเอ็มวี
นางมาลี สุวรรณสุต กรรมการบริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น หรือศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจซบเซา ส่งผลกระทบทำให้ผู้บริโภคหันมาก่อสร้างบ้านขนาดเล็กลงจากในช่วงปี 2556-2557 ที่นิยมก่อสร้างบ้านในระดับราคา 5-7 ล้านบาท หรือมีขนาด 200 ตารางเมตร (ตร.ม.) ซึ่งตั้งแต่ปีที่ผ่านมา กลับหันมานิยมก่อสร้างบ้านระดับราคา 3-4 ล้านบาท หรือมีขนาด 150-200 ตร.ม.มากขึ้น และประเมินว่าจะนิยมต่อเนื่องมาถึงปีนี้
“ภาพรวมของรับสร้างบ้านปี 2558 มูลค่าตลาดประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวเป็นบ้านที่ก่อสร้างเองถึง 80% จำนวน 20% หรือ 1.4 หมื่นล้านบาท เป็นการใช้บริการผ่านบริษัทรับสร้างบ้าน ซึ่งประเมินว่าปีนี้มูลค่าตลาดจะทรงตัวเท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ปรับตัวดีขึ้น” นางมาลี กล่าว
นายพิศาล ธรรมวิเศษ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทพีดีเฮ้าส์ กล่าวว่า บริษัทได้ปรับแผนการตลาดใหม่ โดยได้เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค เปิดตัวบ้านโครงสร้างเหล็ก (PD Steel House) ที่ผลิตจากเหล็กกล้า รับกำลังสูง ซึ่งสามารถช่วยย่นระยะเวลาก่อสร้างให้เร็วขึ้นจากเดิมใช้เวลา 6 เดือน จะลดเหลือ 3 เดือน โดยมุ่งเจาะกลุ่มกำลังซื้อระดับราคา 1-3 ล้านบาท ก่อสร้างบ้านขนาด 90-กว่า 100 ตร.ม. บนเนื้อที่ดินเริ่มต้น 40 ตารางวา ราคาก่อสร้างเฉลี่ย 2-2.5 หมื่นบาท/ตร.ม. โดยตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ไว้ 100-120 หลัง หรือมียอดขาย 200 ล้านบาท ขณะที่เป้ายอดขายรวมจากการสร้างบ้านในรูปแบบเดิมและระบบพรีคาสต์ในปีนี้ตั้งไว้1,400 ล้านบาท
สำหรับแผนตลาดของบริษัทภายใน 3 ปี จะขยายสาขาศูนย์รับสร้างบ้านให้ครบ 50 สาขา จากปัจจุบันที่มีแล้ว 40 สาขาทั่วประเทศ โดยในปีนี้จะเปิดเพิ่มให้ได้ 4 สาขา และเปิดศูนย์รับสร้างบ้านเอคิวโฮมอีก 10 สาขา
หลังจากนั้นภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า มีแผนจะขยายธุรกิจออกไปยังกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม หรือซีแอลเอ็มวี โดยเฉพาะ 3 ประเทศแรกที่มีพรมแดนติดกับไทย







