
สิงคโปร์บุกนอก
สิงคโปร์ได้พัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ภายใต้การนำของผู้นำที่มีวิสัยทัศน์
สิงคโปร์ได้พัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ภายใต้การนำของผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ซึ่งนโยบายที่จะหยิบยกมาพูดถึงในวันนี้ คือ นโยบายการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (OFDI) ที่ส่งเสริมผู้ประกอบการให้ออกไปขยายธุรกิจในต่างประเทศตั้งแต่ปี 1988 (27 ปีที่แล้ว)
รัฐบาลสิงคโปร์ได้ทำโครงการการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ ตั้งคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมธุรกิจในต่างประเทศ ในปี 1993 เพราะตระหนักว่าสิงคโปร์จำเป็นต้องขยายการลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากเป็นประเทศเล็กและต้นทุนการดำเนินธุรกิจภายในประเทศสูงมาก ซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะยาว
OFDI เป็นเครื่องมือที่จะรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกของสิงคโปร์ โดยการย้ายอุตสาหกรรมประเภท Low-End ไปยังที่ที่มีต้นทุนแรงงานและที่ดินถูกกว่า และคงอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีไว้ในสิงคโปร์ พร้อมดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพื่อนำเทคโนโลยีขั้นสูงใหม่ๆ เข้าสู่ประเทศ
เมื่อพิจารณาตัวเลขเงินลงทุนโดยตรงสะสมของเอกชนสิงคโปร์ในต่างประเทศ ณ สิ้นปี 2015 มีมูลค่ารวม 604.2 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ (+12.8% จากปีก่อน) โดยลงทุนในจีนสูงเป็นอันดับ 1 ตามด้วยหมู่เกาะเคย์แมน ฮ่องกง อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ตามลำดับ และเป็นการลงทุนในภาคบริการการเงินและประกันภัยเป็นอันดับ 1 (กว่า 40%) ตามด้วยภาคการผลิต (20%) การค้าปลีกค้าส่ง และอสังหาริมทรัพย์ ตามลำดับ
หากมองเป็นรายภูมิภาค พบว่า สิงคโปร์ลงทุนในอาเซียนสูงถึง 116.26 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยลงทุนในอินโดนีเซียอันดับ 1 (45.2 พันล้านเหรียญสิงคโปร์) ตามด้วยมาเลเซีย (39.2 พันล้านเหรียญสิงคโปร์) โดยทั้งสองประเทศรวมกันมีสัดส่วน 73% ของการลงทุนโดยตรงสะสมของสิงคโปร์ในอาเซียน และไทยอยู่ในอันดับ 3 (19.3 พันล้านเหรียญสิงคโปร์) ส่วนการลงทุนในประเทศ CLMV มีมูลค่ารวมกัน 6.83 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือ 5.87% ของการลงทุนโดยตรงสะสมของสิงคโปร์ในอาเซียน
รัฐบาลสิงคโปร์ได้ใช้ยุทธศาสตร์ Regionalization คือ เน้นทำการค้าและลงทุนกับประเทศในภูมิภาคมากขึ้น และให้การปฏิบัติเป็นพิเศษต่อนักลงทุนสิงคโปร์ ที่สำคัญรัฐบาลมีส่วนร่วมอย่างมากในการลงทุนตั้งสวนอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานในจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เพื่อรองรับการลงทุนของเอกชนสิงคโปร์ในประเทศนั้นๆ
นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยี/สร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อผลักดันประเทศเป็นศูนย์กลางประสานงานเครือข่ายการผลิตระดับภูมิภาคในเอเชีย







