
หวั่นจีนชิงตลาดซีแอลเอ็มวี
หวั่นเศรษฐกิจจีนชะลอตัว-หยวนอ่อน ดันสินค้าจีนแย่งตลาดไทยในซีแอลเอ็มวี
หวั่นเศรษฐกิจจีนชะลอตัว-หยวนอ่อน ดันสินค้าจีนแย่งตลาดไทยในซีแอลเอ็มวี
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สินค้าราคาถูกจากจีนกำลังไหลทะลักเข้ามาแย่งตลาดสินค้าไทยในประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนามมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจภายในของจีนเริ่มชะลอตัวลง อีกทั้งเงินหยวนที่อ่อนค่าลงก็เป็นแรงผลักดันให้จีนเร่งระบายสินค้าออกมาสู่ตลาดอาเซียน โดยเฉพาะตลาดซีแอลเอ็มวีที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
“ตอนนี้สินค้าจีนเข้ามาในตลาดซีแอลเอ็มวีทุกจุด ระยะสั้นที่เห็นผลคือ สินค้าไทยเริ่มถูกสินค้าราคาถูกจากจีนแย่งตลาดไป เพราะสินค้าจากจีนมีต้นทุนต่ำกว่าไทย และในระยะยาวหากเงินหยวนยังอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ก็อาจหนุนให้จีนขยายการลงทุนเข้าในภูมิภาคอาเซียนทั้งซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งหากเกิดสถานการณ์ดังกล่าวก็จะน่ากลัวมาก” นายนพพร กล่าว
ทั้งนี้ การที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่จะมีผลต่อการเติบโตของภาคการส่งออกไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งอาจทำให้การส่งออกของไทยปีนี้โตไม่ถึง 2% ตามที่คาดไว้
อย่างไรก็ดี ในช่วงต้นปีสภาผู้ส่งสินค้าฯ ได้คาดการณ์ว่า การส่งออกของไทยในปี 2559 จะขยายตัวได้ 2% โดยยังมีตลาดซีแอลเอ็มวีและสหรัฐอเมริกาเป็น 2 ตลาดหลักสำคัญ โดยคาดว่าตลาดซีแอลเอ็มวีปีนี้จะยังขยายตัวอยู่ในระดับ 7-8% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ส่วนสหรัฐอเมริกาคาดว่าจะขยายตัว 2% เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา
นายนพพร กล่าวต่อว่า ทั้งตลาดซีแอลเอ็มวีและสหรัฐอเมริกามีสัดส่วนการส่งออกรวมกันเพียง 10% ของการส่งออกทั้งหมด แม้ว่าจะรักษาการเติบโตของทั้งสองตลาดนี้ไว้ได้ ก็ยังไม่พอที่จะช่วยมูลค่าการส่งออกรวมของไทยเติบโตได้ถึง 4-5% ได้ ยกเว้นแต่ภาครัฐและภาคเอกชนจะร่วมมือกันหาแนวทางแก้ไขเพื่อทำให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโต และการส่งออกขยายตัวได้สำเร็จ
“ปี 2559 เป็นปีแห่งความไม่แน่นอน มีทั้งปัจจัยบวกและลบ ทำให้ฟันธงได้ยาก แต่เท่าที่ดูตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณบวกอะไรนัก คงต้องรอดูว่าตัวเลขส่งออกในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้จะเป็นอย่างไร หากเติบโตเป็นศูนย์หรือติดลบ ก็อาจจะทำให้การส่งออกปีนี้ขยายตัวไม่ถึง 2%” นายนพพร กล่าว
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีว่าจะต้องขยายตัว 13.6% จากปีที่แล้ว โดยจะมีมูลค่าการส่งออกรวมที่ 25,306 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ เมื่อแยกเป็นรายประเทศ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของการส่งออกไปเวียดนามสูงที่สุดที่ระดับ 16% ส่วน สปป.ลาวเมียนมา และกัมพูชา จะต้องผลักดันให้การส่งออกขยายตัวตลาดละประมาณ 12%







