
มาตรการบัญชีเล่มเดียว สิทธิประโยชน์ภาษีSME
แทบจะทุกครั้งที่มีปัญหาภาระงบประมาณ การระดมสรรพกำลังเพื่อเก็บภาษีมาเป็นทุนในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มากขึ้นก็จะตามมาทุกครั้ง
โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP
แทบจะทุกครั้งที่มีปัญหาภาระงบประมาณ การระดมสรรพกำลังเพื่อเก็บภาษีมาเป็นทุนในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มากขึ้นก็จะตามมาทุกครั้ง และก็แทบทุกครั้งเราก็จะเห็นรัฐบาลพยายามเก็บภาษีจากธุรกิจห้างร้านต่างๆ ให้มากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะทุกคนรู้กันดีว่าธุรกิจห้างร้านเหล่านี้หลบหลีกภาษีกันมาก โดยใช้กลยุทธ์การหลบหลีกภาษีหลายวิธี อาทิ การกระจายหน่วยภาษีด้วยการตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้มีรายได้และเสียภาษีแทนตัวเอง การทำให้บริษัทขาดทุนด้วยวิธีการสร้างรายจ่าย เช่น เอาบิลรายจ่ายมาเบิกบริษัทให้มากที่สุด หรือให้บริษัทกู้ยืมเงินจากกรรมการบริษัทของตนเองเพื่อหลบยอดรายได้หรือยอดขาย และเพิ่มค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกเบี้ยบริษัท และการแต่งบัญชีโดยให้ยอดขายเกิดขึ้นเท่าที่ต้องการจะเสียภาษี เป็นต้น
ด้วยวิธีการของธุรกิจเหล่านี้ทำให้ภาษีที่ควรเข้ารัฐลดน้อยลง รัฐบาลเองที่ผ่านมาก็มักจะแก้ปัญหาด้วยการนิรโทษกรรมภาษีให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้สิ่งจูงใจในการเข้ามาอยู่ในระบบภาษีอย่างถูกต้อง แต่ก็ไม่ได้ผล มาในครั้งนี้ก็เช่นกันรัฐบาลก็ให้โปรโมชั่นภาษีอีก แต่ดีหน่อยที่มีเงื่อนไขมาตรการบัญชีเล่มเดียวแลกกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับ SME ทำนอง Carrot and Stick ก็หวังว่าจะทำให้พวกธุรกิจห้างร้านทั้งหลายเข้าสู่ระบบภาษีมาช่วยชาติด้วยกันมากขึ้น
เงื่อนไข
ต้องเป็นเอสเอ็มอีที่ตั้งขึ้นก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2559 ซึ่งมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท โดยต้องจดแจ้งต่อกรมสรรพากร ขอเป็นผู้ประกอบการจัดทำบัญชีเพื่อสอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการ (บัญชีเล่มเดียว) ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร http://www.rd.go.th ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.-15 มี.ค. 2559
สิทธิประโยชน์
1.จะได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง โดยประเภทภาษีและช่วงเวลาที่ได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบย้อนหลัง ได้แก่
(1) ภาษีเงินได้นิติบุคคล : รอบระยะเวลาบัญชีที่มีวันเริ่มต้นก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2559
(2) ภาษีมูลค่าเพิ่ม : สำหรับมูลค่าฐานภาษีของเดือน ธ.ค. 2558 และเดือนก่อน ธ.ค. 2558
(3) ภาษีธุรกิจเฉพาะ : สำหรับรายรับของเดือน ธ.ค. 2558 และเดือนก่อน ธ.ค. 2558
(4) อากรแสตมป์ : สำหรับการกระทำตราสารที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2559
2.ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. 2559 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธ.ค. 2559
3.ได้รับการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลืออัตราร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ เฉพาะส่วนที่เกิน 3 แสนบาทขึ้นไป สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. 2560 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธ.ค. 2560
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการยกเว้นจากการตรวจสอบย้อนหลัง
เมื่อจดแจ้งและได้รับสิทธิยกเว้นแล้ว ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้
- ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ที่ต้องยื่นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 เป็นต้นไป
- ยื่นแบบ ภ.พ.30 และ ภ.ธ.40 ที่ต้องยื่นตั้งแต่เดือน ม.ค. 2559 เป็นต้นไป
- ยื่นแบบขอเสียอากรเป็นตัวเงิน ที่ต้องยื่นตั้งแต่เดือน ม.ค. 2559 เป็นต้นไป
- จัดทำบัญชีเล่มเดียวตั้งแต่เดือน 1 ม.ค. 2559 เป็นต้นไป
- ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการหลีกเลี่ยงภาษีอากรตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 เป็นต้นไป
กรณีที่ไม่ได้ปฏิบัติตามอธิบดีจะมีคำสั่งเพิกถอนการได้รับยกเว้นได้ และเมื่อเพิกถอนแล้ว ให้ถือว่านิติบุคคลไม่เคยได้รับการยกเว้น โดยให้เจ้าพนักงานมีอำนาจตรวจสอบย้อนหลังได้
และเพื่อให้เอสเอ็มอีเข้ามาสู่ระบบบัญชีเดียวให้มากขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยก็จะดำเนินการที่จำเป็นให้สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ใช้บัญชีและงบการเงินที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นต่อกรมสรรพากร เป็นหลักฐานในการขอสินเชื่ออีกด้วย
ก็ขอเอาใจช่วยให้กรมสรรพากรสามารถนำพวกเจ้าของธุรกิจทั้งหลายเข้ามาอยู่ในระบบภาษีได้ตามเป้าหมายนะครับ เพื่อจะได้นำเงินภาษีที่ได้มาช่วยพัฒนาประเทศ และสร้างความยุติธรรมในเรื่องภาษีให้กับผู้มีเงินได้ทุกคนครับ







