
บลจ.ไทยพาณิชย์สู้ชิงแสนล้าน
บลจ.ไทยพาณิชย์ พร้อมลุยประมูลกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกว่าแสนล้านบาทถึงเวลาเลือกผู้บริหารกองทุนใหม่ หวังรักษาแชมป์อยู่หมัด
บลจ.ไทยพาณิชย์ พร้อมลุยประมูลกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกว่าแสนล้านบาทถึงเวลาเลือกผู้บริหารกองทุนใหม่ หวังรักษาแชมป์อยู่หมัด
นางโชติกา สวนานนท์กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ช่วงปลายปีนี้จะมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งระบบที่ครบกำหนดเวลาจะคัดเลือกผู้บริหารจัดการกองทุนประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งครึ่งปีหลังบลจ.ไทยพาณิชย์มีกองทุนที่ครบอายุบริหาร 4 กองทุน มูลค่ารวม 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมีผลต่อการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารโดยรวม (เอยูเอ็ม) ของบริษัทเช่นกัน
สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดังกล่าว ได้แก่ บริษัท ทีโอที มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับลูกจ้างประจำของส่วนราชการ หรือ กสจ. มูลค่ากองทุน 6,000 ล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่ากองทุน 1.3 หมื่นล้านบาทและโรงงานยาสูบ มูลค่ากองทุน 2,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้บริษัทก็จะเข้าไปเสนอตัวบริหารจัดการต่อเช่นเดิม
อย่างไรก็ตามนางโชติกา ยอมรับว่า หากบลจ.ไทยพาณิชย์ ไม่ได้รับคัดเลือกให้บริหารพอร์ตกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจำนวน 3 หมื่นล้านบาทต่อ อาจมีผลทำให้เสียอันดับการครองสินทรัพย์ภายใต้บริหารโดยรวมทั้ง 3 อุตสาหกรรมซึ่งอยู่อันดับ 1 ลงไปได้
ทั้งนี้ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่บลจ.ไทยพาณิชย์บริหารอยู่นั้น ณ 31 พ.ค.2553 มีสินทรัพย์ 8.38 หมื่นล้านบาท ครองอันดับหนึ่ง และ บลจ.กสิกรไทย อยู่ที่ 7.30 หมื่นล้านบาท จากทั้งระบบอยู่ที่ 5.31 แสนล้านบาท
“เรายังมั่นใจว่าสิ้นปีนี้ลูกค้าน่าจะอยู่กับเรา โดยเฉพาะกสจ.ที่ถึงคิวประมูลก่อน เราบริหารคนร่วมกับบลจ.ไอเอ็นจีคนละ 6,000 ล้านบาท ก็มั่นใจว่าเราจะได้ต่อสัญญา จากผลประกอบการที่เราบริหารชนะตลาดมาได้ตลอด”นางโชติกา กล่าว
นอกจากนี้ยังมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างเปิดประมูล โดยมี 15 บริษัทที่ได้รับการติดต่อให้เสนอราคา
นางโชติกา กล่าวว่า สำหรับแผนการขยายตลาดในครึ่งปีหลังบริษัทจะขยายฐานลูกค้าขนาดเล็กและกลางมากขึ้น โดยนำเสนอกองทุนที่กำหนดอายุกองทุน เพื่อให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมและหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของทางเลือกการลงทุนแบบ Employee’s choice สำหรับลูกค้ารายใหญ่จะเน้นสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อรักษาฐานไว้
นางโชติกา กล่าวว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพส่วนใหญ่จะเติบโตจาก 3 ปัจจัย คือ จากเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นของเงินเดือนพนักงานบริษัทนั้นๆ ที่บริหารให้อยู่ซึ่งเป็นปัจจัยหลัก จากการตั้งกองทุนใหม่ๆ ซึ่งไม่มากนัก เพราะเป็นบริษัทขนาดเล็กหรือกลาง สุดท้ายจากการได้กองทุนจากบลจ.อื่นมาบริหาร
“กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทโตปีละ 8,000 ล้านบาทหรือขนาดกองทุนมูลค่า 1 หมื่นล้านบาทจะเติบโตปีละ 1,000 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทโต 4,000 ล้านบาท”นางโชติกา กล่าว







