
ทำไมน้ำมันราคาร่วง (ตอนจบ)
โดย...ฉัตรพงศ์ ตันติมณีวัฒน์
โดย...ฉัตรพงศ์ ตันติมณีวัฒน์
ราคาน้ำมันดิบร่วงอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดมาอยู่ที่ 47.75 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิต Shale Oil แต่ยังสูงกว่า Variable Cost ของการผลิต Crude Oil ซึ่งเกิดผลลัพธ์ คือ
1) ผู้ประกอบการ Shale Oil ทรุด เพราะราคาขายต่ำกว่าต้นทุน แถมหนี้สินก็มาก เพราะต้องกู้มารีบขยายโครงการบ่อน้ำมัน 2) ขณะที่สมาชิกโอเปก (OPEC) บางประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ผูกค่าเงินตัวเองไว้กับเงินเหรียญสหรัฐ อย่างเช่น ซาอุดิอาระเบียยังรับได้กับ Variable Cost ที่ต่ำเพียง 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แม้รายได้จะลดลงจากการที่ราคาขายน้ำมันลดลง
3) ส่วนประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ อย่างเช่น รัสเซีย เผชิญปัญหาค่าเงินตกต่ำอย่างมากและเงินเฟ้อพุ่งสูง เนื่องจากนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจที่อิงกับการค้าน้ำมันอย่างมาก เมื่อรายได้ของประเทศหายวูบจากราคาน้ำมันที่ลดลงมาก นักลงทุนก็ขาดความเชื่อมั่น ค่าเงินจึงร่วงหนัก สินค้านำเข้าแพงก็ขึ้นทันที อำนาจซื้อลดลงแรงและเร็ว ส่งผลให้เงินเฟ้อสูงลิ่ว
4) เงินเฟ้อลดต่ำทั่วโลก เนื่องจากต้นทุนพลังงานและการขนส่งลดต่ำลง ทำให้การบริโภคมีแนวโน้มขยายตัว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโลกได้ในตัว 5) เมื่อเงินเฟ้อลดต่ำลง ดอกเบี้ยจะมีแนวโน้มต่ำตามไปด้วย ซึ่งช่วยดูดซับกระแสคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ หลังจบมาตรการคิวอี
6) จากการที่ดอกเบี้ยยังคงมีแนวโน้มต่ำอยู่ เงินเฟ้อก็ต่ำ การลงทุนในทองคำจึงยังมีความน่าสนใจน้อย การลงทุนในตราสารหนี้ก็ไม่น่าสนใจ ทำให้มีโอกาสเอียงไปเสี่ยงทางหุ้นอย่างช่วยไม่ได้ และจากการที่โอเปกต้องการทุบ Shale Oil ให้ฟุบจริงจัง โอเปกจึงน่าจะต้องรักษาสถานการณ์ Over Supply ไว้ต่อไป เพื่อกดราคาน้ำมันให้ต่ำไปอีกระยะ
การที่ราคาน้ำมันทิ้งดิ่งลง นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกมองไว้ 2 แบบ คือ แบบที่มองว่าเป็นผลดีของโลก เพราะโลกเรานี้มีประเทศซื้อน้ำมันใช้มากกว่าประเทศผลิตน้ำมันขาย จึงเป็นผลดีแก่ประเทศผู้ซื้อ ที่รวมแล้วมีขนาดเศรษฐกิจกว่า 70% ของโลก เริ่มจากการขาดดุลการค้าจะดีขึ้น ต้นทุนการผลิตต่างๆ จะลดลง ค่าใช้จ่ายเพื่อการขนส่งจะถูกลง ฯลฯ นำไปสู่การลงทุน จ้างงาน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ประเทศที่ยากลำบากเพราะรายได้ลดลง ก็คงมีเพียงประเทศในกลุ่มโอเปก และประเทศอื่นๆ ที่ผลิตน้ำมันขายเท่านั้น
อีกแบบ คือ นักเศรษฐศาสตร์อีกกลุ่มมองว่า แม้ราคานํ้ามันที่ลดลงจะเป็นผลดีแก่หลายๆ ประเทศ แต่ต้องดูว่าอะไรเป็นสาเหตุ ถ้าสาเหตุมาจากความกังวลว่าเศรษฐกิจในอนาคตจะยํ่าแย่ลงไปเรื่อยๆ เป็นเหตุให้ปริมาณความต้องการนํ้ามันน้อยลงก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เพราะถ้าเศรษฐกิจส่วนรวมของโลกแย่ลงจริงๆ โลกทั้งโลกเต็มไปด้วยคนตกงาน โรงงานอุตสาหกรรมจะปิดตัวเองเพราะผลิตแล้วขายไม่ออก ต่อให้ราคานํ้ามันถูกแค่ไหน การลงทุนใหม่ๆ ก็ยากที่จะเกิดขึ้น
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางกลุ่มยังเอาเรื่องการเมืองโลกมาผสมปนเปเข้าด้วย โดยความกังวลไปตกอยู่ที่อิหร่านกับรัสเซีย ที่รายได้จากขายนํ้ามันลดไปกว่า 40% โดยเฉพาะรัสเซียนั้น บางรายมองว่ากำลังโดนสหรัฐกับยุโรปรุมกินโต๊ะ ทำให้ราคานํ้ามันตกตํ่าลง เพื่อให้รายได้ลดลง อันเป็นส่วนหนึ่งของสงครามเศรษฐกิจ เพื่อสั่งสอนรัสเซียที่บุกยูเครน ขณะที่ประเทศไทยในขั้นต้นมั่นใจว่าราคาน้ำมันลดจะเป็นผลดีต่อประเทศไทย เพราะแค่เงินตราต่างประเทศที่จะต้องจ่ายเป็นค่าน้ำมันลดไปกว่า 40% ก็ทำให้เราสบายกระเป๋าขึ้นมากมาย







