
มูลค่าสตาร์ทอัพอินเดียพุ่งแรง
มูลค่าธุรกิจด้านเทคโนโลยี อี-คอมเมิร์ซอินเดียขยายตัวเร็ว นักวิเคราะห์ไม่หวั่นฟองสบู่
มูลค่าธุรกิจด้านเทคโนโลยี อี-คอมเมิร์ซอินเดียขยายตัวเร็ว นักวิเคราะห์ไม่หวั่นฟองสบู่
ชัยเลนทรา สิงห์ กรรมการผู้จัดการ ซึโคยา บริษัทจัดการเงินทุนจากสหรัฐสาขาอินเดีย เปิดเผยว่า จำนวนการใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากในอินเดีย ทำให้มูลค่าของธุรกิจเกิดใหม่ (สตาร์ทอัพ) ด้านเทคโนโลยี และมูลค่าการร่วมทุนทางธุรกิจขยายตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจในอินเดียสามารถระดมทุนได้กว่า 50-100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,797-3,595 ล้านบาท) และมีแนวโน้มว่าธุรกิจจะขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับการเติบโตของฐานผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ โดยคาดว่าจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือจะเพิ่มขึ้นกว่า 500 ล้านราย ภายใน 5 ปี กระตุ้นให้นักลงทุนต่างสนใจเข้าร่วมทุนทางธุรกิจกับสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม สิงห์ ระบุว่า อุปทานด้านเงินทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ธุรกิจต่างให้ความสำคัญกับงบดุลในฐานะที่เป็นจุดแข็งทางธุรกิจ แทนการเน้นศักยภาพในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
ขณะที่มูลค่าของธุรกิจสตาร์ทอัพในอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจในช่วงปี 2015 ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) เนื่องจากราคาสมาร์ท โฟนที่ถูกลงทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น โดยฟลิปคาร์ท ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเจ้าแรกของอินเดีย มีมูลค่าทางธุรกิจถึง 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.39 แสนล้านบาท ) ขณะที่คู่แข่งอย่างสแนป ดีล มีมูลค่าที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.79 แสนล้านบาท)
นอกจากนี้ ทรัค อิน บล็อกข้อมูลด้านสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีในอินเดีย เปิดเผยว่า ปี 2015 มีการร่วมทุนของธุรกิจกว่า 1,000 ราย และธุรกิจร่วมทุนใหม่สามารถระดมทุนได้ 8,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.01 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากมูลค่าการระดมทุนปี 2014 ที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.79 แสนล้านบาท)
อย่างไรก็ดี บรรดานักวิเคราะห์ต่างกังวลว่าธุรกิจและนักลงทุนจะไม่สามารถควบคุมการเพิ่มขึ้นสูงอย่างฉับพลันในมูลค่าของธุรกิจจนกลายเป็นภาวะฟองสบู่
ด้านบรรดาบริษัทเงินทุนรายใหญ่อย่างเซควอยา ยังมองว่าการขยายตัวของอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือยังเป็นประโยชน์มากกว่า และคาดว่าจะขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ สิงห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดในเอเชียเป็นตลาดใหญ่ที่บริษัทอินเทอร์เน็ตยังเข้ามาแสวงหาโอกาสอยู่เรื่อยๆ
ทั้งนี้ สิงห์ ยังระบุว่า อุตสาหกรรมอื่นๆ ในอินเดีย เช่น ธุรกิจประกัน สายการบิน ต่างก็เคยประสบภาวะการขยายตัวของเงินทุนอย่างรวดเร็วเช่นนี้มาแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรที่จะมีนักลงทุนแห่มาร่วมทุนในธุรกิจด้านอินเทอร์เน็ต ซึ่งภาวะเช่นนี้ก็เกิดขึ้นในประเทศจีน และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ ด้วยเช่นกัน







