
เลื่อนโรงไฟฟ้ากระบี่อีก8เดือน
กฟผ.ส่งสัญญาณเลื่อนโรงไฟฟ้ากระบี่ หลังคณะกรรมการไตรภาคีตีกรอบศึกษาอีก 8 เดือน
กฟผ.ส่งสัญญาณเลื่อนโรงไฟฟ้ากระบี่ หลังคณะกรรมการไตรภาคีตีกรอบศึกษาอีก 8 เดือน
นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการฝ่ายกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.จะเลื่อนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ 800 เมกะวัตต์ ออกไปจากกำหนดเดิม เนื่องจากคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อศึกษาการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง ได้ขอเวลาศึกษาข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ เป็นเวลา 8 เดือน
ทั้งนี้ การเลื่อนก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ ทำให้ กฟผ.ต้องเลื่อนวันกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) จากเดิมปี 2562 ไปเป็นในช่วงต้นปี 2563 ขณะที่ปัจจุบัน กฟผ.ได้ส่งรายงานผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA) ไปให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาแล้ว
"การคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้การก่อสร้างโรงไฟฟ้าล่าช้าจากกรอบเดิม 6 เดือน เมื่อรวมกับกรอบเวลาศึกษาข้อเท็จจริงของคณะกรรมการไตรภาคีอีก 8 เดือน เท่ากับว่าการสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่จะล่าช้าจากเดิม 14 เดือน" นายสหรัฐ กล่าว
นายสหรัฐ กล่าวว่า กฟผ.และกระทรวงพลังงานยังคงเดินหน้าผลักดันโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา ให้ไปตามแผน โดยได้พยายามชี้แจงกับผู้ที่มีความเห็นที่แตกต่างให้เข้าใจ
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การเลื่อนจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของโรงไฟฟ้ากระบี่ จะไม่ส่งผลให้ต้องปรับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2015) เนื่องจากปริมาณสำรองไฟฟ้ามีเพียงพอ ขณะที่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจชะลอตัวกว่าที่คาดไว้มาก และคาดว่าปี 2559 เศรษฐกิจไทยน่าจะยังไม่ได้เติบโตขึ้นมากนัก ประกอบกับจะมีการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในส่วนของโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนค่อนข้างมาก
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ กฟผ.ลงทุนโครงการไฟฟ้าพลังน้ำบ้านจันเดย์ 3,542 ล้านบาท กำลังการผลิตติดตั้ง 18 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าเฉลี่ย 90.36 ล้านหน่วย/ปี โดยโครงการจะตั้งอยู่ห่างจากท้ายเขื่อนวชิราลงกรณ เป็นระยะทางตามลำน้ำประมาณ 22.5 กิโลเมตร อยู่เหนือบ้านจันเดย์ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี 2 กิโลเมตร
ทั้งนี้ กฟผ.ตั้งเป้าว่าจะเริ่มก่อสร้างโครงการตั้งแต่เดือน ม.ค. 2559-พ.ย. 2562 และมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเดือน ธ.ค. 2562
ด้านสำนักงบประมาณให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า เนื่องจากโครงการนี้มีค่าใช้จ่ายในการจัดหาอุปกรณ์โครงการจากต่างประเทศ จึงควรพิจารณาเรื่องคุณภาพและมาตรฐานอุปกรณ์ รวมทั้งผู้รับเหมาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล







