posttoday
กรุงไทยหวังโต15%แตะ7แสนล.

กรุงไทยหวังโต15%แตะ7แสนล.

26 มกราคม 2559

KTAM ตั้งเป้าสินทรัพย์โต 15% แตะ 7 แสนล้านบาท ขยายฐานลูกค้ารายย่อย

KTAM ตั้งเป้าสินทรัพย์โต 15% แตะ 7 แสนล้านบาท ขยายฐานลูกค้ารายย่อย

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า แผนงานในปี 2559 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) อยู่ที่ 7.14 แสนล้านบาท เติบโต 15% จากสิ้นปี 2558 อยู่ที่ 6.17 แสนล้านบาท โดยเน้นขยายฐานลูกค้ารายย่อยร่วมกับธนาคารกรุงไทย

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนออกกองทุนเน้นลงทุนหุ้นในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม โดยคาดว่าจะเปิดขายช่วงครึ่งปีแรก เบื้องต้นจะลงทุนในเวียดนามและลาว รวมทั้งออกกองทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) ซึ่งลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม 1 กอง มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมปีที่ผ่านมา บริษัทขยายสินทรัพย์เติบโต 4% อยู่ที่ 6.17 แสนล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ หลังจากครึ่งปีหลังที่สภาวะการลงทุนผันผวนทั่วโลก แต่ในแง่ของกองทุนที่มีอยู่ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เช่น กองทุนมันนี่มาร์เก็ต เติบโตถึง 65% ในขณะที่ระบบโตเพียง 31% ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 9.82 หมื่นล้านบาท กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เติบโต 10% ในขณะที่ระบบโต 2% และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) โต 12.6% ในขณะที่ระบบโต 7%

"แม้เราอาจทำได้ไม่ถึงเป้า แต่ในแง่ของกองทุนถือว่ามีทิศทางที่ดี นักลงทุนสนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น ปีนี้บริษัทก็จะนำเสนอกองทุนเดิมที่ผลงานดี เช่น กองกรุงไทยหุ้น Mid-Small Cap กองกรุงไทยซีเล็คทีฟ อิควิตี้ฟันด์ ควบคู่ไปกับออกกองทุนใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีให้ลูกค้า" นางชวินดา กล่าว

นายวีระ วุฒิคงศิริกูล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัวในระดับต่ำและเผชิญกับความผันผวนจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แตกต่างกันในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ รวมถึงความเสี่ยงจากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำ โดยมองว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นโอกาสการลงทุนจะอยู่ที่ตลาดหุ้นยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งเศรษฐกิจยังฟื้นตัวต่อเนื่อง นโยบายการเงินผ่อนคลาย อัตรากำไรเติบโตสูง และระดับราคาหุ้นอยู่ในระดับที่น่าสนใจกว่าตลาดหุ้นสหรัฐ ส่วนตลาดเกิดใหม่ในครึ่งปีแรกจะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลง การอ่อนค่าของเงิน แต่ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมากทำให้เริ่มน่าสนใจลงทุน แต่ต้องจับจังหวะตลาด ส่วนจีนรอให้ตลาดมีเสถียรภาพและต้องจับตาดูผลของการปฏิรูปเศรษฐกิจ

"ในบ้านเรายังคาดหวังแผนการลงทุนของภาครัฐ การเติบโตจากการท่องเที่ยว และการฟื้นตัวของการบริโภค โดยภาพรวมตลาดหุ้นคาดว่าจะแกว่งตัวในช่วง 1,150-1,480 จุด ในปีนี้ โดยกลยุทธ์การลงทุนหลักในปีนี้ บริษัทคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 3-6% เน้นกระจายลงทุนเพื่อลดความผันผวนและเน้นสินทรัพย์ที่มีกระแสรายได้ เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ รีท และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน" นายวีระ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ