
อี-คอมเมิร์ซมาแรง แวร์ยูวอนท์ลุยรอบใหม่
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ด้วยกระแสการเติบโตในตลาดอี-คอมเมิร์ซของประเทศไทยที่มีมูลค่ากว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท ทำให้ผลประกอบการของ WearYouWant (แวร์ยูวอนท์) เว็บไซต์ซื้อขายสินค้าแฟชั่นและความงามออนไลน์ปี 2558 พุ่งสูงขึ้นถึง 160% เมื่อเทียบกับปี 2557 โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายผ่านมือถือ
มาร์ติน ทอฟท์ ไซเรนเซน ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ แวร์ยูวอนท์ ร้านค้าสินค้าแฟชั่นและความงามออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า เว็บไซต์ได้ร่วมมือกับเซเลบริตี้ทั้งในไทยและนักลงทุนชาวต่างประเทศ กลับมาบุกตลาดออนไลน์เมืองไทยอีกครั้ง หลังได้ทุนมากว่า 48 ล้านบาท จากนักลงทุนต่างชาติ
“เราเข้ามาศึกษาตลาดและให้บริการมาตั้งแต่ปี 2554 สมัยนั้นการซื้อขายแบบออนไลน์ในลักษณะขายดีลแบบเอ็นโซโก้ จะได้รับความนิยมมากกว่า โดยแวร์ยูวอนท์จะเป็นเว็บขายสินค้าในกลุ่มแฟชั่น ทั้งเครื่องสำอาง เสื้อผ้า และเครื่องประดับ มากกว่าการขายสินค้ากลุ่มอื่นเหมือนทางลาซาด้าหรือไอทรูมาร์ท โดยจะคล้ายกับซาโลร่าและโพเมโล่ ที่เน้นแฟชั่นอย่างเดียว ขณะที่ราคาขายในเว็บไม่ได้ต่างจากรายอื่นๆ มากนัก พร้อมทั้งมีโปรโมชั่นเข้ามาช่วยให้ราคาลดลง และจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของเรา คือ มีเซเลบริตี้ชื่อดังชาวไทยนำสินค้าเข้ามาขายภายในเว็บด้วย”
ทั้งนี้ จะมุ่งจับกลุ่มนักช็อปในกลุ่มลูกค้าที่มีความโดดเด่น โดย 65% จะเป็นผู้หญิงที่เป็นพนักงานบริษัทอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และมีกำลังซื้อ ส่วนสินค้ายอดนิยมนอกจากกลุ่มเสื้อผ้าและเครื่องสำอางแล้ว ยังรวมถึงน้ำหอม รองเท้า และแว่นตา โดยปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาใช้งานเดือนละกว่า 5 แสนราย
นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มลูกค้าจำนวน 51% ของลูกค้าทั้งหมด เป็นกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และเลือกซื้อน้ำหอมเป็นสินค้าอันดับต้นๆ บางรายมียอดซื้อกว่า 200 รายการ ในครั้งเดียวกันในช่วงเทศกาลส่งความสุขที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่ากระแสช็อปออนไลน์ดีขึ้นกว่าเดิมมาก
“ทางเว็บไซต์เน้นการขายสินค้าแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่การสั่งสินค้าเป็นโหลมาจากต่างประเทศและให้เครดิตตัวเอง ซึ่งไม่อาจคาดเดาได้ว่าเป็นของแท้หรือไม่ และมีการขยายความร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำที่เปิดสาขาในไทย อย่าง Aldo, Mc Jeans, Converse, Onisuka Tiger เป็นต้น และที่ได้ราคาถูกกว่าการซื้อในช็อป เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย”
สำหรับการร่วมมือกับทางแบรนด์โดยตรง จะทำให้ผู้ซื้อสบายใจได้ว่าจะได้สินค้าที่มีคุณภาพ เพราะสินค้าที่วางขายในเว็บจะได้รับการการันตีว่าเป็นของแท้ ปัจจุบันมีสินค้าภายในเว็บแล้วกว่า 1.5 หมื่นชิ้น จำนวนร้านค้าที่มาเข้าร่วม 97 ร้านค้า
อีกปัจจัยที่ทำให้ภาพรวมเว็บไซต์มียอดขายดีขึ้น 25% มาจากความนิยมในการรับสินค้าก่อนเก็บเงินที่ปลายทาง หรือ Cash on delivery เพราะช่วยเรื่องความมั่นใจให้ลูกค้าได้จับสินค้าจริงพิสูจน์ได้ว่าเป็นของแท้ก่อนจ่ายเงิน ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 50%
ขณะที่ล่าสุดเว็บไซต์ยังได้รับเงินทุนระดับซีรี่ส์ บี จากทางโซโซ่ทาวน์ (Zozotown) และยังมีพันธมิตรอีก 3 ราย คือ Digital Media Partners (DMP), OPT SEA และ IMJ Investment Partners ที่
ร่วมให้เงินทุนสนับสนุนกว่า 48 ล้านบาท







