posttoday
5 ซีอีโอชี้ทิศธุรกิจ อยู่รอดได้ต้องเร่งปรับตัว

5 ซีอีโอชี้ทิศธุรกิจ อยู่รอดได้ต้องเร่งปรับตัว

26 มกราคม 2559

โดย...โชคชัย สีนิลแท้       

โดย...โชคชัย สีนิลแท้       

แม้เศรษฐกิจไทยจะเผชิญกับความผันผวนจากเศรษฐกิจโลกมาตั้งแต่ต้นปี แต่ผู้บริหารระดับสูงจาก 5 บริษัทชั้นนำของไทยยังมองว่าเศรษฐกิจไทยยังสามารถเติบโตได้ ขณะที่ธุรกิจยังมีช่องทางในการขยายตัว หากรู้จักปรับตัวและหาโอกาสใหม่ๆ ในสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยจะโตได้ 3% หลังจากผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยถือเป็นประเทศเดียวที่ได้เห็น ภาคเอกชนมาช่วยงานของภาครัฐบาลถือว่าเป็นการทำงานที่ไม่โดดเดี่ยว และสามารถแข่งขันกับนานาชาติได้

ขณะที่ ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล กล่าวว่า ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า คาดว่าทิศทางราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 40-60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล บนพื้นฐานเศรษฐกิจโลกเติบโตแบบที่ควรจะเป็น และเศรษฐกิจจีนมีการเติบโตที่ดี ขณะที่บริษัทน้ำมันในตะวันออกกลางไม่มีการล้มละลาย ดังนั้นภาคอุตสาหกรรมจะต้องมีการปรับตัว เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย นอกจากนี้ยังมองว่าไทยจะยังไม่ขาดแคลนพลังงานอย่างแน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกใช้พลังงานจากแหล่งไหน

“ต้นปี 2559 ราคาน้ำมันอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ประมาณกว่า 20 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งในส่วนตัวมองว่าราคาน้ำมันจะไม่ยืนอยู่ที่ระดับนี้ น่าจะมีการปรับเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งคาดว่า 2-3 ปีข้างหน้าจะไปอยู่ที่ 40-60 เหรียญสหรัฐ แต่ก็คงจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นไปถึง 100 เหรียญสหรัฐ เหมือนในอดีต ขณะเดียวกันจะเห็นการควบรวมกิจการในธุรกิจน้ำมัน (M&A) มากขึ้น” ประเสริฐ กล่าว

ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่เศรษฐกิจในอาเซียนนั้นมีการเติบโต 5-6% และจากการที่เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนซึ่งประเทศไทยถือว่าเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ไทยจะต้องมองหาโอกาสในการเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่เศรษฐกิจจีนมีการชะลอตัว แต่ก็สามารถเติบโตได้ 7% บริษัทไทยก็ควรมองหาโอกาสในตลาดจีนเช่นกัน

ทั้งนี้ จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล ภาคเอกชนต้องมีการปรับตัวให้เป็นในทิศทางเดียวกัน โดยการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการบริหารงานทั้งองค์กร ทิศทางการทำธุรกิจในอนาคตนั้นจะต้องโปร่งใสและเรียลไทม์ ต้องมีความเร็วควบคู่กับคุณภาพของงาน นอกจากนี้การทำงานในอนาคตอาจจะไม่จำเป็นต้องมีอาคารสำนักงาน เนื่องจากทุกคนสามารถทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือได้ ซึ่งจะรู้ว่าใครทำงานอยู่ที่ไหน สามารถตรวจสอบได้

ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ กล่าวว่า ปัจจุบันได้เข้าสู่การเปลี่ยนอุตสาหกรรมในครั้งที่ 4 ซึ่งขณะนี้ถือว่าเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกิน ดื่ม และท่องเที่ยว ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสุขของคน โดยจะต้องเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น เนื่องจากชนชั้นกลางมีการเติบโตสูงขึ้น ต่อไปผู้บริโภคจะไม่ยึดติดกับแบรนด์สินค้า แต่จะเลือกหาสินค้าที่มีคุณภาพเป็นหลัก นอกจากนี้เทรนด์ของการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มีมากขึ้น ผ่านช่องทางอย่างเช่น อีเบย์ หรืออาลีบาบา ซึ่งในอนาคตคนจะซื้อสินค้าได้สะดวกและราคาที่ดีที่สุดตรงกับความต้องการของผู้บริโภค

กานต์ ตระกูลฮุน ประธานที่ปรึกษาฝ่ายจัดการ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี กล่าวว่า งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคของภาครัฐจำนวน 1.788 ล้านล้านบาท ขณะนี้รัฐบาลพยายามผลักดันให้เซ็นสัญญาออกมาภายในครึ่งปีแรกของปี 2559 จะส่งผลให้ความต้องการใช้ปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นหลังจากทรงตัวมา 2 ปี ขณะเดียวกันจะต้องมุ่งผลิตนวัตกรรมเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ หลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี