
เตือนกว่า500อำเภอเสี่ยงแล้งหนัก
ฝนหลวง-กรมชลฯ ประสานเสียง เสี่ยงขาดน้ำกว่า 500 อำเภอ ถึงเดือน เม.ย. 2559
ฝนหลวง-กรมชลฯ ประสานเสียง เสี่ยงขาดน้ำกว่า 500 อำเภอ ถึงเดือน เม.ย. 2559
นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำขณะนี้ เห็นว่าหากไม่มีการบริหารจัดการน้ำอย่างจริงจังในช่วงเดือน ก.พ- เม.ย. 2559 จะส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคสูงมาก เนื่องจากพบว่าในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยามีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังประมาณ 2 ล้านไร่ และเป็นช่วงใกล้ผลิดอกออกผล ต้องการน้ำมาก หากไม่คุมให้ดีจะส่งผลต่อปริมาณน้ำทุกภาคส่วน
ทั้งนี้ ในส่วนของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงตามสภาพอากาศในวันที่ 20-24 ม.ค. 2559 ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ประมาณ 1-2 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)
นายทองเปลว กองจันทร์ สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่มีนายกฯ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2559 ให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสำรวจปริมาณน้ำใช้การได้ทั่วประเทศ เพื่อเสนอนายกฯ ในเร็วๆ นี้ สำหรับวางแผนบริหารจัดการน้ำ พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำตั้งแต่ขณะนี้ไปจนถึงเดือน เม.ย. 2559 ในพื้นที่ 548 อำเภอ หรือปริมาณ 59%
"ปริมาณน้ำใช้การได้ทั่วประเทศถึงวันที่ 30 เม.ย. 2559 มีปริมาณ 15,487 ล้าน ลบ.ม. และมีปริมาณความต้องการใช้ 19,901 ล้าน ลบ.ม. เป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 18,470 ล้าน ลบ.ม. และนอกเขตชลประทาน 1,431 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำอยู่ในภาวะตึงตัว ในช่วงเดือน ก.พ. คาดว่าจะมีปัญหาการกระจายน้ำอย่างมากและเสี่ยงต่อการผลิตน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งพื้นที่นาปรังคาดว่าจะไม่เกิน 2 ล้านไร่และเสี่ยงเสียหายประมาณ 8 แสนไร่" นายทองเปลว กล่าว
ทั้งนี้ ผลการรวบรวมการขาดแคลนน้ำ พบว่ามีพื้นที่ต้องการใช้น้ำมากกว่าน้ำที่มีประมาณ 548 อำเภอ แบ่งเป็นในเขตชลประทาน 489 อำเภอ และนอกเขตชลประทาน 138 อำเภอ
นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า หากกรมชลฯ ใช้น้ำตามแผนอย่างเคร่งครัด คาดว่าวันที่ 1 พ.ค. 2559 ใน 22 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา จะมีน้ำเหลือประมาณ 600 ล้าน ลบ.ม. สำหรับไว้ใช้ในช่วงรอฝน ซึ่งหากฝนทิ้ง ช่วงนานกว่า 2 เดือน ถือว่าสุ่มเสี่ยงอย่างมาก กรมชลฯ ควรเร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรชาวนาชะลอการทำนาไปจนถึงเดือน ก.ค. 2559 เพราะ หากเสี่ยงทำนาต่อไปพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 ล้านไร่ ภาคกลางอีก 3 ล้านไร่ น้ำในลุ่มเจ้าพระยาจะถูกดึงไปใช้จำนวนมาก จนกระทบต่อแผนรักษาระบบนิเวศและเกิดน้ำเค็มในระบบ น้ำประปาได้







