posttoday
เยอรมันคิด

เยอรมันคิด

25 มกราคม 2559

ผมไปบรรยายเรื่องการยกระดับวิศวกรไทยให้แข่งขันได้ในอาเซียน ที่สถาบันไทย-เยอรมัน ซึ่งก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือกันของรัฐบาลไทย และรัฐบาลเยอรมัน เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงสู่ภาคอุตสาหกรรมไทย ภายใต้การดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม จึงชื่นชมเยอรมนีที่มีความเข้มแข็งทางอุตสาหกรรม จนประเทศอื่นต้องมาเรียนรู้เป็นลูกศิษย์

ผมไปบรรยายเรื่องการยกระดับวิศวกรไทยให้แข่งขันได้ในอาเซียน ที่สถาบันไทย-เยอรมัน ซึ่งก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือกันของรัฐบาลไทย และรัฐบาลเยอรมัน เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงสู่ภาคอุตสาหกรรมไทย ภายใต้การดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม จึงชื่นชมเยอรมนีที่มีความเข้มแข็งทางอุตสาหกรรม จนประเทศอื่นต้องมาเรียนรู้เป็นลูกศิษย์

จากประเทศผู้พ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง และอยู่ในสภาพล้มละลาย ถูกแบ่งแยกเป็นสองประเทศ คือ เยอรมนีตะวันออกที่เป็นของฝ่ายคอมมิวนิสต์ และเยอรมนีตะวันตกที่เป็นของฝ่ายประชาธิปไตย ก่อนจะรวมเป็นประเทศเดียวในปี ค.ศ. 1990 แม้จะประสบปัญหาในระยะแรก แต่ด้วยความมุ่งมั่นทำให้เศรษฐกิจของเยอรมนียิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ปัจจุบันเยอรมนีมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น ทั้งที่มีประชากรน้อยกว่ามาก ความสำเร็จของเยอรมนีที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด เป็นผลมาจาก คือ 1.คนเยอรมันมีวินัยและมีความมุ่งมั่นสูงมาก 2.เป็นประเทศที่สร้างแรงงานที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก คนเยอรมันไม่สนใบปริญญาเท่ากับทักษะความรู้ที่มี และ 3.ทุ่มเทกับการค้นคว้าวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีที่สุด

ความมุ่งมั่นของเยอรมนีเห็นได้จากการก้าวขึ้นเป็นพี่ใหญ่ของยุโรป โดยมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ถึง 1 ใน 4 ของทั้งทวีปยุโรป และยังส่งออกเป็นอันดับ 1 ของยุโรป และอันดับ 3 ของโลก ตามหลังจีนและอเมริกาเท่านั้น

เมื่อเปรียบกับไทยจะเห็นว่าเยอรมนีมีจีดีพีมากกว่าไทยถึง 10 เท่าทีเดียว รัฐบาลเยอรมันมุ่งทุ่มเทกับการสร้างแรงงานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ เป็นประเทศที่โด่งดังที่สุดเรื่องการจัดการเรียนการสอนทางอาชีวศึกษา หรือสายอาชีพ และสนับสนุนให้มีเส้นทางการเติบโตในองค์กรที่ชัดเจน มีรายได้สูง คนเยอรมันจึงเป็นช่างเทคนิคชั้นยอด โดยไม่จำเป็นต้องไปเป็นผู้บริหารเพราะมีรายได้ไม่ต่างกัน

ขณะที่การศึกษาขั้นสูง รวมถึงงานวิจัย ก็ไม่เป็นรองใครในโลก มีนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลมากถึง 104 คน มากที่สุดในโลกต่อจำนวนประชากร คนเยอรมันจึงเป็นชนชาติที่กล้าคิด กล้าทำ และนำงานวิจัยไปต่อยอดสู่การผลิตขั้นสูงได้ จนสร้างเป็นบริษัทชั้นนำของโลก ทั้งในอุตสาหกรรมรถยนต์ รถไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และการแพทย์

ปัจจุบัน เยอรมนีกำลังเป็นผู้นำด้านการใช้พลังงานทดแทน โดยจะเลิกพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ในปี ค.ศ. 2021 และมุ่งใช้พลังงานทดแทนมากกว่า 80% ความคิดความกล้าของเยอรมนีในเรื่องนี้นำไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ด้านพลังงานทดแทน และส่งออกมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก

เมื่อมองเยอรมนีแล้วกลับมาดูประเทศไทย จะเห็นว่าเส้นทางของความสำเร็จตามเยอรมนีนั้นไม่ยาก และมีเส้นทางชัดเจน

เหลือเพียงแต่ความมุ่งมั่นเท่านั้นที่ไทยต้องมี ที่ต้องกล้าคิด กล้าเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จของทุกชาติ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท