
ภาษีมรดก
โดย...เนติ บริการ
โดย...เนติ บริการ
ตั้งรับกันให้ดีครับ
วันที่ 1 ก.พ.นี้ พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดกจะเริ่มมีผลบังคับใช้หลังครบกำหนด 180 วันหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 ม.ค. มีมติเห็นชอบให้ออก พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก 2558 และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 40) 2558 อันประกอบด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการแจ้งการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับการโอนอสังหาริมทรัพย์โดยทางมรดก โดยมีการออกพระราชกฤษฎีกา 1 ฉบับ และร่างกฎกระทรวง 6 ฉบับ มาบังคับใช้ มีการประเมินว่ารัฐจะสามารถจัดเก็บภาษีได้ปีละ 4,000 ล้านบาท
กฎหมายทั้ง 7 ฉบับมีสาระสำคัญ คือ กำหนดเก็บภาษีบุคคลรับมรดกและมีการยกเว้นกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นภาษีมรดกเพิ่มเติมจากสามี ภรรยา อาทิ มรดกที่บริจาคสำหรับกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ วัดวาอาราม สภากาชาดไทย มูลนิธิหรือสมาคมตามประกาศของกระทรวงการคลัง สถาบันอุดมศึกษาเอกชนและโรงเรียนเอกชน บุคคลหรือองค์กรระหว่างประเทศตามข้อผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ สหประชาชาติ สถานทูต สถานกงสุล บุคคลในคณะทูต คณะกงสุล
แต่หากมีการบริจาคนั้น ผู้รับมรดกต้องแจ้งให้กรมสรรพากรทราบภายใน 15 วัน และต้องรายงานการใช้ทรัพย์สินให้กรมสรรพากรทราบทุกปีเป็นเวลา 9 ปี
นอกจากนี้ ยังกำหนดทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดก ประกอบด้วย
1.อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
2.หลักทรัพย์ที่ออกโดยนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย หรือจัดตั้งตามกฎหมายไทย
3.เงินฝากหรือเงินสดในสถาบันการเงินที่อยู่ในประเทศไทย
4.ยานพาหนะที่จดทะเบียนในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม หากเป็นทองคำและผลประโยชน์จากประกันชีวิต จะไม่อยู่ในทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังกำหนดหลักเกณฑ์ การหักภาระที่ถูกรอนสิทธิในการคำนวณมูลค่ามรดกที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้รับมรดกยังไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากอาจติดสิทธิการเช่าจากเจ้าของเดิม จึงเปิดให้มีการหักลดมูลค่าสินทรัพย์ที่จะเสียภาษีตามจำนวนปีที่ยังมีผู้เช่า
อัตราภาษีมรดกนั้น กำหนดให้เก็บจากการรับทรัพย์สินในส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท หากเป็นผู้สืบสันดานเสีย 5% เป็นบุคคลที่รับอื่นเสีย 10%
แต่เพื่อเป็นการเยียวยา หากยังไม่มีเงินเสียภาษีผู้รับมรดกสามารถผ่อนชำระได้ 5 ปี โดยใน 2 ปีแรกไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แต่หากเกินกว่า 2 ปี ต้องเสียเพิ่ม 0.5%
ส่วนการตีมูลค่าทรัพย์สินว่าจะเป็นเท่าใดนั้น กฎหมายให้ใช้ราคาตลาดในวันที่รับมรดกและจะต้องเสียภาษีภายใน 150 วันนับจากวันที่รับมรดก
ถามว่า เลี่ยงได้ไหม คำตอบคือ ท่าจะยาก เพราะกฎหมายกำหนดให้เจ้าพนักงานที่ดิน มีหน้าที่แจ้งถึงการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมายังกรมสรรพากรภายในวันที่ 20 และวันที่ 5 ของแต่ละเดือนด้วย เมื่อมีการโอนทรัพย์สินที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ก็ยากจะเลี่ยง
ระหว่างกฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ ว่ากันว่าเศรษฐีขยับตัวกันน่าดู...







