
ต่างวัยต่างความคิด
งานหลักของดิฉันงานหนึ่งคือ ช่วยผู้บริหารและผู้จัดการพัฒนาทักษะการโค้ช เพื่อให้สามารถนำการโค้ชมาใช้ในองค์กรได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิผล
โดย...ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ
งานหลักของดิฉันงานหนึ่งคือ ช่วยผู้บริหารและผู้จัดการพัฒนาทักษะการโค้ช เพื่อให้สามารถนำการโค้ชมาใช้ในองค์กรได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิผล
คำถามที่ดิฉันได้รับจากผู้บริหารที่ค่อนข้างอาวุโสที่อยู่ในกลุ่ม Baby Boomer (อายุ 52 ปีขึ้นไป) ที่ท่านมักถามด้วยความหนักใจ คือ “ทำไมเด็กรุ่นใหม่คิดไม่เหมือนรุ่นผม” ท่านหมายถึงกลุ่ม Gen Y (อายุ 37 ปี หรือ น้อยกว่า)
ถึงแม้การศึกษากลุ่มคนที่มีความสำเร็จในชีวิตมักจะเผยว่า พวกเขามักมีวิธีคิดที่คล้ายกัน แต่นักวิจัยด้านการทำงานสมองให้ความสนใจว่า แล้วคนที่วัยต่างกันล่ะ สมองทำงานเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
เช่น การศึกษาของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้นำกลุ่มคนอายุ 18-88 ปี มานั่งดูรายการทีวีที่มีเนื้อหาเหมือนกัน และได้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์การทำงานของสมองของพวกเขาไปด้วย
ผลที่ออกมาคือ นักวิจัยพบว่าสมองของกลุ่มคนอายุน้อยมีการทำงานเหมือนกัน หรือเรียกได้ว่าออกมาเป็นแบบแผนเดียวกัน เช่น โต้ตอบอย่างตื่นตัวกับสิ่งเดียวกันของรายการทีวี
ขณะที่ในกลุ่มผู้สูงอายุกว่า มีการโต้ตอบในสิ่งที่ต่างจากกลุ่มที่อายุน้อยกว่า และยิ่งไปกว่านั้นยังแตกต่างกันเองอย่างหลากหลายในกลุ่มผู้สูงอายุอีกด้วย
นักวิจัยกลุ่มนี้สรุปผลออกมาว่า สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือ ด้านความจดจ่อ ความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และกระบวนการด้านภาษา
พวกเขาพบว่าสมองของกลุ่มผู้มีอายุสูงกว่ามีแนวโน้มหันเหความสนใจไปในเรื่องต่างๆ ได้มากกว่า ควบคุมโฟกัสของตนเองได้น้อยลง และเมื่อหันเหความสนใจไปหาสิ่งเร้าต่างๆ ได้ง่ายกว่า จึงทำให้การตีความของสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันแตกต่างไปจากคนอายุน้อยกว่า
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยระบุข้อดีของการทำงานของสมองผู้สูงอายุกว่าว่า การหันเหความสนใจไปหาสิ่งต่างๆ นี้ เป็นผลดีต่อการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ (ข้อมูลจากวารสาร Neurobiology of Aging ฉบับเดือน ส.ค. 2558)
กลับมาที่คำถามที่ดิฉันได้รับ นอกจากยกตัวอย่างจากการวิจัยที่น่าสนใจให้ทราบแล้ว ดิฉันมักมีคำถามให้ผู้ถามด้วยคือ “ข้อดีและข้อเสียของการคิดไม่เหมือนกันคืออะไร” และ “ถ้าคิดเหมือนกันมีข้อดีข้อเสียอย่างไร”







