posttoday
สยาม เนเชอรัลฯ สร้างนวัตกรรมนำตลาด

สยาม เนเชอรัลฯ สร้างนวัตกรรมนำตลาด

20 มกราคม 2559

15 ปีของผู้ประกอบการในธุรกิจเครื่องสำอางของบริษัท สยาม เนเชอรัล โปรดักซ์ ที่ก่อสร้างแบรนด์เริ่มจากโอท็อปสู่ธุรกิจขนาดเล็ก กลายเป็นแบรนด์ขนาดใหญ่ ทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถแข่งขันกับแบรนด์จากต่างชาติ หรือแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลกได้อย่างแข็งแกร่ง เพราะมีสูตรธุรกิจคือ การสร้างนวัตกรรมในธุรกิจ และสร้างสิ่งใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง

15 ปีของผู้ประกอบการในธุรกิจเครื่องสำอางของบริษัท สยาม เนเชอรัล โปรดักซ์ ที่ก่อสร้างแบรนด์เริ่มจากโอท็อปสู่ธุรกิจขนาดเล็ก กลายเป็นแบรนด์ขนาดใหญ่ ทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถแข่งขันกับแบรนด์จากต่างชาติ หรือแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลกได้อย่างแข็งแกร่ง เพราะมีสูตรธุรกิจคือ การสร้างนวัตกรรมในธุรกิจ และสร้างสิ่งใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง

“ธนธรรศ สนธีระ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม เนเชอรัล โปรดักซ์ ผู้ผลิตเครื่องสำอางแบรนด์ สโนว์เกิร์ล เนเจอร์ริช และ มิสโซว์ เปิดเผยว่า อาวุธสำคัญของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีคือนวัตกรรม เพราะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่ได้มีเงินทุนจำนวนมาก แต่เมื่อเอสเอ็มอีมีนวัตกรรมในธุรกิจจะสามารถแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่และบริษัทระดับโลกได้อย่างดี และสร้างบริษัทให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การทำธุรกิจตลอด 15 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่บริษัทยึดหลักมาตลอดคือ สร้างสินค้าที่มีนวัตกรรม จึงได้สินค้าใหม่ที่แตกต่าง เป็นสินค้าที่มีจุดแข็ง โดยงบในการพัฒนาและวิจัยสินค้า (อาร์แอนด์ดี) จะอยู่ที่ 15% ของยอดขาย และเพิ่มขึ้นทุกปี พร้อมกับร่วมมือกับนักวิจัยในมหาวิทยาลัยพัฒนาสินค้า ต่อมาคือสร้างโอกาสให้ธุรกิจที่ไม่เคยหยุดนิ่ง พร้อมเพิ่มข้อมูลเทรนด์ทั่วโลกอย่างใกล้ชิด นำมาปรับใช้พัฒนาเครื่องสำอาง

ขณะเดียวกัน การออกสินค้าเครื่องสำอางใหม่ จะยึดหลักสำคัญ 3 ด้าน คือ การเป็นเครื่องสำอางที่ต้องมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างสูงสุด ต่อมาคือการเป็นเครื่องสำอางที่มีประสิทธิผลที่ดีต่อผู้ใช้ และการใส่นวัตกรรมในสินค้าทุกรายการ โดยการผลิตสินค้าใหม่ ต้องทำให้สินค้าทุกรายเป็นสินค้าที่มีเสน่ห์และลูกค้าชื่นชอบ

“การทำแบรนด์ตั้งแต่ช่วงแรกที่เริ่มลงทุนจากหลักหมื่นบาท และค่อยขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นเมื่อยอดขายเติบโต ทำให้ที่ผ่านมาไม่ได้มีการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ส่วนวิกฤตครั้งสำคัญของบริษัทช่วงที่ผ่านมา อยู่ในช่วงประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2554 ทำให้โรงงานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบ ไม่สามารถส่งสินค้าไปจำหน่ายได้ เพราะพื้นที่โดยรอบถูกน้ำท่วม ดังนั้นต้องปรับตัวให้โรงงานที่เป็นพันธมิตรร่วมผลิตสินค้าให้แทน แต่ในปีดังกล่าวบริษัทกลับสร้างยอดขายเติบโตได้อย่างดี จากวิกฤตดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญ เพราะบริษัทมุ่งสร้างเพื่อน จึงไม่มีศัตรูทางธุรกิจ” ธนธรรศ กล่าว

แผนงานของแบรนด์ต่อจากนี้ จะมุ่งสร้างนวัตกรรมความงามอย่างเข้มข้นทุกปี รักษาผู้นำนวัตกรรมความงาม โดยจะขยายสินค้าใหม่ไปยังสินค้าเสริมอาหารและลดน้ำหนัก รวมถึงเครื่องสำอาง เพื่อให้ครบกลุ่มสินค้าความงาม

ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมลงทุนขยายโรงงานใหม่ที่ผลิตสินค้าสเต็มเซลล์ในกลุ่มเครื่องสำอาง โดยคาดว่าจะลงทุนภายใน 1-2 ปีข้างหน้า มาจากสินค้าใหม่ของ สโนว์เกิร์ล ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่ได้คิดค้นสเต็มเซลล์จากข้าวไรซ์เบอร์รี่ ทำให้ข้าวไทยมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 1,000 เท่า และคิดค้นเป็นรายแรกในโลก ซึ่งมีสินค้าอีกหลายรายการที่อยู่ระหว่างพัฒนาวิจัยร่วมกับนักวิจัยและนักศึกษาในมหาวิทยาลัย

ส่วนการขยายตลาดต่างประเทศ ได้ขยายตลาดทั้งประเทศลาว เมียนมา เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และจีน โดยสนใจเข้าลงทุนสร้างโรงงานในประเทศอินโดนีเซียเพราะตลาดมีขนาดใหญ่ จึงมีโอกาสใช้เป็นฐานการผลิตเพื่อธุรกิจเติบโตพร้อมกัน ประกอบกับสินค้าเครื่องสำอางของบริษัทได้รับเครื่องหมายฮาลาลแล้ว

ขณะที่แผนอีก 3-5 ปีข้างหน้า สนใจนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 20 ล้านบาท ซึ่งการเข้าตลาดหุ้นทำให้บริษัทมีศักยภาพขยายตลาด และพัฒนาวิจัยสร้างนวัตกรรมมากขึ้น

ขณะที่ยอดขายของบริษัทในปี 2559 คาดว่าจะขยายตัว 20% และในปีนี้มั่นใจเป็นปีทองของธุรกิจพร้อมกับวางเป้าหมายระยะยาวสร้างธุรกิจสู่แบรนด์ระดับโลก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท