
ที่พึ่ง
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์ [email protected]
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์ [email protected]
2-3 ปีมานี้ เวลาอ่านข่าวเกี่ยวกับเรื่องการค้าการลงทุน เราจะพบว่า ซีแอลเอ็มวี อันได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ล้วนกลายเป็นคำตอบหรือทางออกของทุกเรื่อง
สหรัฐแย่ ไปขยายซีแอลเอ็มวีแทน ยุโรปแย่ ไปขยายซีแอลเอ็มวีแทน ล่าสุด ช่วงนี้จีนแย่ เราก็ยังคงได้คำตอบเดิมว่า ไปขยายตลาดซีแอลเอ็มวีทดแทน
เรียกว่า ซีแอลเอ็มวีกลายเป็นสุดยอด “ที่พึ่ง” ไม่ว่าตลาดส่งออกตลาดไหนถดถอย
เช่นเดียวกับการลงทุน ช่วงนี้ซีแอลเอ็มวีมีสิทธิประโยชน์ทางการค้ากับประเทศนอกกลุ่มอาเซียนเหนือไทย ค่าแรงก็ยังต่ำกว่ามาก เพราะไทยถีบสูงนำไปไกลแล้ว คุยกับสมาคมไหนก็มีแต่เชียร์ให้ผู้ประกอบการขยายฐานไปลงทุนซีแอลเอ็มวี บางรายพูดถึงขั้นว่าขยายไปในซีแอลเอ็มวี ให้กำลังการผลิตมากกว่าในไทยไปเลย
จากข้อมูลส่งออกช่วงเดือน ม.ค.-พ.ย. 2558 ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พบว่า ซีแอลเอ็มวีเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ตลาดที่มูลค่าการค้า “ไม่เป็นตัวแดง” ยังโตบวกได้ถึง 7.2% ขณะที่ภาพรวมการส่งออกไทยติดลบไปแล้ว 5.5%
เรื่องน่าสนใจ คือ สัดส่วนมูลค่าการส่งออกไทยไปซีแอลเอ็มวี ณ ช่วงดังกล่าว คิดเป็น 10.3% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด สัดส่วนดังกล่าวทำให้ไทยส่งออกไปซีแอลเอ็มวี มากกว่าส่งออกไปญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากปี 2557 ยังตามอยู่เล็กน้อย
ก็คงต้องยอมรับประมาณหนึ่งว่า ซีแอลเอ็มวีเป็นตลาดศักยภาพสูงจริงๆ ครับ มีการประกาศแผนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง มีนักลงทุนต่างชาติแห่กันเข้าไปเพียบ
แต่คำถามที่ควรจะคิดหนักๆ คือ ถ้าซีแอลเอ็มวีเป็นอะไรไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตามแต่ เราจะเอายังไงต่อ
ที่ผ่านมาผมยังไม่แน่ใจว่า ภาครัฐได้เตรียมทางออกหรือวิธีรับมืออื่นหรือไม่ นอกจากรอให้ซีแอลเอ็มวีเป็นที่พึ่ง
ไม่มีอะไรยืนยันได้ชัดเจนครับ ว่าตลาดซีแอลเอ็มวีจะดีไปได้อีกนานแค่ไหน ดูตัวอย่างได้จากตลาดเมียนมา ปี 2557 โตจากปี 2556 ถึง 11.9% แต่ปีนี้นึกอยากจะถอยก็ถอยกราวรูดลงมาติดลบ 1.8% เป็นเพียงตลาดเดียวในซีแอลเอ็มวีที่เป็น “ตัวแดง”
อย่างที่ทราบกันครับ ว่าปีที่ผ่านมาเงินสกุลจ๊าดอ่อนตัวลงมาก ไหนเมียนมาจะเริ่มเผชิญวิกฤตอสังหาริมทรัพย์แข่งผุดในราคาที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ไหนยังมีการชะลอตัวก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย.
ต่อจากนี้ภาครัฐจึงจำเป็นต้องคิดเยอะๆ ครับ ว่าถ้าซีแอลเอ็มวีเกิดป่วยขึ้นมาจริงๆ จะเดินต่อไปอย่างไร ถ้าไม่มีคำตอบที่ดีและมั่นคงตั้งแต่ตอนนี้ เมื่อ “ความบังเอิญซวย” มาถึง เราจะไม่มีที่พึ่งใดเหลือเลยครับ







