
เคาะราคาที่ดินนิคมยาง
หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดศูนย์บริการการลงทุนโครงการนิคมอุตสาหกรรมเมืองยาง (Rubber City) จ.สงขลา เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ระบุว่า ขณะนี้ กนอ.ได้กำหนดราคาขายที่ดินและอัตราค่าเช่าพื้นที่ประกอบอุตสาหกรรมในนิคมฯ ยางพาราแล้ว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559
หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดศูนย์บริการการลงทุนโครงการนิคมอุตสาหกรรมเมืองยาง (Rubber City) จ.สงขลา เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ระบุว่า ขณะนี้ กนอ.ได้กำหนดราคาขายที่ดินและอัตราค่าเช่าพื้นที่ประกอบอุตสาหกรรมในนิคมฯ ยางพาราแล้ว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559
สำหรับราคาขายและอัตราค่าเช่าที่ดินในนิคมฯ จะแตกต่างกันตามโซนประกอบอุตสาหกรรม โดยราคาขายที่ดินจะเริ่มต้นที่ 2.7-3.5 ล้านบาท/ไร่ ส่วนอัตราค่าเช่าจะเริ่มต้นที่ 1.7-2.2 แสนบาท/ไร่/ปี แต่เพื่อเป็นการจูงใจนักลงทุน กนอ.จะให้ส่วนลดกับผู้ประกอบการเข้ามาทำสัญญาซื้อขายที่ดินภายในวันที่ 30 เม.ย. 2559 ในอัตรา 15% และหากผู้ประกอบการซื้อที่ดินเพิ่มไม่น้อยกว่า 20 ไร่ จะได้รับส่วนลดเพิ่มจากราคาปกติอีก 5% พร้อมทั้งฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และได้รับยกเว้นค่าบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก 3-5 ปี เป็นต้น
“แคมเปญกระตุ้นการขายและเช่าที่ดินในระยะแรกนี้ น่าจะทำให้เกิดการลงทุนในนิคมยางพาราได้” นายวีรพงศ์ กล่าว
ขณะที่ นายวิถี สุพิทักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ ให้ความเห็นว่าราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (รับเบอร์ซิตี้) ที่ กนอ.กำหนดไว้ ถือว่ามีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับราคาที่ดินทั่วไปในพื้นที่เดียวกัน แต่หากรัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจนในการดึงดูดนักลงทุนกลุ่มเป้าหมายที่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และมีแนวโน้มเติบโตสูงก็ถือว่าเหมาะสม เพราะมีการรองรับด้านสาธารณูปโภคครอบคลุม
“ปกติราคาขายที่ดินในพื้นที่สงขลานั้นเฉลี่ยอยู่ที่หลักแสนถึงล้านกว่าบาท ราคาที่เสนอมาจึงถือว่าสูง แต่ถ้าเรามีเป้าหมายดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่จะมาลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตยางล้อ ถุงมือยาง และถุงยางอนามัยที่มีสเกลใหญ่ๆ ราคาระดับนี้เขาน่าจะรับได้” นายวีรพงศ์ กล่าว







