
DCONมั่นใจผู้ถือหุ้นตามเพิ่มทุนครบ
DCON มั่นใจผู้ถือหุ้นใช้สิทธิเพิ่มทุนครบ เหตุราคาต่ำ มีเงินปลดหนี้และลงทุน
DCON มั่นใจผู้ถือหุ้นใช้สิทธิเพิ่มทุนครบ เหตุราคาต่ำ มีเงินปลดหนี้และลงทุน
นายวิทวัส พรกุล ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีคอนโปรดักส์ (DCON) เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจว่าผู้ถือหุ้นของบริษัทจะใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทเต็มจำนวน เนื่องจากราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่ 0.45 บาท/หุ้น ต่ำกว่าราคาในกระดาน หากนักลงทุนจองซื้อแล้วขายทันทีก็จะได้กำไร และบริษัทมีการจ่ายเงินปันผลที่สูง ซึ่งตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาไม่เคยจ่ายปันผลต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
ทั้งนี้ บริษัทเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 2,139.57 ล้านหุ้น กำหนดจองซื้อวันสุดท้ายวันที่ 22 ม.ค. 2559 ซึ่งจะได้เงินเพิ่มทุนจำนวน 962 ล้านบาท โดยในสัปดาห์หน้าบริษัทจะนำเงินไปชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงินจำนวน 100 ล้านบาท ทำให้บริษัทไม่มีหนี้เงินกู้ ส่วนเงินที่เหลืออีก 862 ล้านบาท จะใช้เป็นเงินทุนในการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 200-400 ล้านบาท และใช้ในการซื้อที่ดินรองรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตอีก 300 ล้านบาท ลงทุนก่อสร้างในธุรกิจวัสดุก่อสร้าง 180 ล้านบาท
สำหรับรายได้ในปี 2559 ตั้งเป้าหมายที่ 1,100 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปี 2558 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1,150 ล้านบาท เนื่องจากปี 2558 บริษัทมีรายได้จากการขายที่ดิน 50 ล้านบาท แต่ปีนี้ไม่มีและจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว คาดยอดขายแผ่นพื้นสำเร็จรูปใกล้เคียงปีก่อน แต่หากรัฐบาลมีการใช้เงินลงทุนรถไฟทางคู่ เชื่อว่าจะทำให้มีความต้องการใช้เสาเข็มสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้รายได้เพิ่มสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และคาดว่าอัตรากำไรสุทธิปี 2559 ใกล้เคียงกับปี 2558 ที่มีประมาณ 14.20%
“รายได้ปี 2558 อยู่ที่ 1,150 ล้านบาท ลดลงจากปี 2557 ที่มีรายได้ 1,879 ล้านบาท และคาดว่ากำไรสุทธิจะปรับตัวลดลง 12% จากปี 2557 ที่มีกำไรสุทธิ 328 ล้านบาท เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลกระทบต่อธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไม่มีการเปิดโครงการบ้านเดี่ยวมากนัก ซึ่งบริษัทจำหน่ายแผ่นพื้นสำเร็จรูปให้แก่โครงการบ้านเป็นหลัก” นายวิทวัส กล่าว
ด้านเงินลงทุนในปี 2559 บริษัทตั้งงบไว้ประมาณ 640 ล้านบาท แบ่งเป็นใช้ลงทุนก่อสร้างคอนโด DCON PRIME 38 ชั้น มูลค่า 200 ล้านบาท อยู่ระหว่างก่อสร้างฐานราก คาดจะสร้างเสร็จในปี 2561 พร้อมจะเริ่มขายได้ในช่วงปลายปี 2560-2561 ใช้ซื้อที่ดินประมาณ 300-400 ล้านบาท เพื่อรองรับในการสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ประมาณปี 2560-2561 ลงทุนขยายกำลังการผลิตแผ่นพื้นสำเร็จรูปมีกำลังการผลิต 400 ตารางเมตร/วัน ซึ่งใช้เงินลงทุน 20 ล้านบาท และขยายกำลังการผลิตแผ่นพื้นสำเร็จรูปอย่างหนาอีก 20 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะร่วมทุนกับพันธมิตรที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นพันธมิตรรายใหม่ เพื่อลงทุนสร้างโรงงานผลิตแผ่นพื้นสำเร็จรูป ผนังสำเร็จรูป และสินค้าอื่นๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาในเรื่องการผลิตว่าจะผลิตสินค้าใดบ้าง
สำหรับเงินที่จะใช้ลงทุนนั้นขณะนี้ยังไม่ได้ตั้งงบลงทุน เพราะยังมีความไม่แน่นอนว่าจะลงทุนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเจรจา นอกจากนี้บริษัทได้ยกเลิกแผนการลงทุนในโครงการพลังงานทดแทน เนื่องจากไม่สามารถเจรจากับพันธมิตรที่เข้ามาลงทุนได้และมีปัญหาเยอะ ซึ่งบริษัทเสียเวลาในศึกษามา 1 ปี







