
ซีอีโอใหม่เครือดุสิตฯ ‘ศุภจี’ดันยี่ห้อไทยบุกนอก
เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เครือดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ที่แต่งตั้งคนที่ไม่ได้อยู่ในครอบครัวผู้ก่อตั้งโรงแรม ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม โดยหวังให้ผู้บริหารใหม่มารับมือแผนของเครือดุสิตฯ ที่ต้องการขยายตัวอย่างมากในโลก
เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เครือดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ที่แต่งตั้งคนที่ไม่ได้อยู่ในครอบครัวผู้ก่อตั้งโรงแรม ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม โดยหวังให้ผู้บริหารใหม่มารับมือแผนของเครือดุสิตฯ ที่ต้องการขยายตัวอย่างมากในโลก
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยเป็นผู้บริหารบริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย และไปทำงานกับไอบีเอ็ม สำนักงานใหญ่ แล้วจึงกลับมารับงานเมืองไทยกับบริษัท ไทยคม ด้วยภารกิจล้างขาดทุนสะสม ซึ่งก็ทำสำเร็จและ 3 ปีที่ผ่านมาปันผลได้ต่อเนื่อง ขณะที่ล่าสุดตัดสินใจมารับตำแหน่งกับเครือดุสิตฯ มีผล 1 ม.ค. 2559 เพราะมีมุมมองเหมือนผู้บริหารรุ่นก่อนคือ คุณหญิงชนัตถ์ ปิยะอุย และชนินทธ์ โทณวณิก ที่ต้องการผลักดันการบริการแบบไทย (ไทย ฮอสพิทาลิตี้) ไปสู่ระดับโลก
ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าหมายในใจว่า จะทำให้อันดับของเครือดุสิตฯ เมื่อเทียบกับโรงแรมทั่วโลกอยู่ในระดับเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ขยับขึ้นจากปัจจุบันอยู่ประมาณอันดับ 30 ซึ่งโจทย์สำคัญที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมายได้คือ ต้องทำให้ทุกคนรู้สึกว่าไปโรงแรมในเครือดุสิตฯ ที่ไหนก็จะรู้สึกได้ถึงความเป็นดุสิตฯ ที่มีเหมือนกัน จากปัจจุบันยังขาดบุคลิกที่ชัดเจน ที่สำคัญจะเน้นวางรากฐานของเครือดุสิตฯ ให้แข็งแรงรองรับการเติบโตข้างหน้าให้ได้
กลยุทธ์ที่ต้องทำมี 5 เรื่อง คือ 1.ปรับโครงสร้างองค์กร จัดคนที่มีทักษะทำงานให้ถูกที่ เน้นเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรเพื่อทำงานให้มีผลิตภาพขึ้น 2.ปรับกระบวนการภายในและภายนอกองค์กร เช่น ผสมผสานธุรกิจด้านโรงแรมและการศึกษาให้สนับสนุนกันและกันอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ โครงการดุสิต ฮอสพิทาลิตี้ แมเนจเม้นท์ คอลลีจ ในฟิลิปปินส์ ที่พนักงานทุกคนในโรงแรมจะเป็นคนที่มาจากโรงเรียนการโรงแรมของดุสิตฯ ในฟิลิปปินส์ ถือเป็นโครงการต้นแบบที่จะใช้กับพื้นที่อื่นต่อไป
“ปัจจุบันมีโรงแรมในเครือ 26 แห่งเปิดดำเนินการ เครือดุสิตฯ เป็นเจ้าของ 10 แห่ง อีก 16 แห่งรับบริหาร นอกจากนี้มีโรงแรมที่เซ็นสัญญารับบริหารอีกกว่า 40 แห่ง อยู่ระหว่างก่อสร้าง ดังนั้นองค์กรต้องแข็งแรงขึ้นเพื่อรองรับการเติบโต หากเป็นเช่นปัจจุบันรองรับการขยายตัวได้แต่เหนื่อย”
3.จะสร้างสมดุลการลงทุนโรงแรมเองและรับบริหารโรงแรม มองว่าโรงแรมในพอร์ตที่มีปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นการรับบริหาร น่าจะต้องเพิ่มน้ำหนักลงทุนโรงแรมเองในต่างประเทศ มองไว้ทั้งการซื้อโรงแรมแบบทั้งเครือและซื้อโรงแรมเดี่ยว เพราะสร้างผลตอบแทนได้ในระยะสั้น 12-18 เดือนหลังซื้อมาปรับปรุง แต่ไม่ปิดกั้นโอกาสสร้างเอง ที่ 3-5 ปีจึงเริ่มสร้างรายได้
ขณะเดียวกัน จะศึกษาแนวทางการขยายธุรกิจ นอกเหนือจากขาธุรกิจโรงแรมและการศึกษาที่มีอยู่ เพื่อให้รายได้มีเสถียรภาพมากขึ้น มองไว้ว่าจะเป็นธุรกิจที่ยังเกี่ยวข้องกับการให้บริการแบบไทยที่สามารถใช้แบรนด์ของดุสิตฯ ต่อยอดได้
“ธุรกิจการศึกษายังมีสัดส่วนรายได้ไม่ถึง 10% ก็จะทำให้ได้มากกว่า 10% เมื่อดูสัดส่วนรายได้ในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันรายได้หลักมาจากในประเทศ เมื่อเกิดเหตุกระทบเที่ยวในประเทศก็กระทบรายได้มาก ดังนั้น 3 ปีข้างหน้าจะผลักดันรายได้ต่างประเทศให้เกินครึ่งของรายได้รวม”
4.การนำเทคโนโลยีมาใช้ เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัวเชื่อว่า เทคโนโลยีช่วยการบริหารจัดการโรงแรมได้มาก โดยจะเริ่มจากการ บูรณาการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) โครงสร้างพื้นฐานของโรงแรมทั้ง 26 แห่งให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อทำแคมเปญการตลาดได้ดีขึ้น โดยมองไว้ว่าย้ายระบบไอทีไปไว้บนคลาวด์ อีกทั้งจะนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสบการณ์ของลูกค้าที่ใช้บริการให้ดีขึ้น สามารถเพิ่มยอดขายได้ ซึ่งการลงทุนไม่สูงเพราะใช้ระบบแบ่งส่วนกำไร (โปรฟิต แชริ่ง) ได้ โดยผู้ให้บริการไอทีทำระบบมานำเสนอ เมื่อใช้งานแล้วเกิดผลก็ได้ส่วนแบ่งจากยอดขาย
“จะนำแนวคิดบรอดแบนด์ผสมบรอดคาสต์มาใช้ เช่น นำเนื้อหาที่ลูกค้าดูบนโทรทัศน์ให้ลูกค้าดูต่อบนดีไวซ์อื่นได้ รองรับกรณีลูกค้าออกนอกห้องพักไปชมวิว ให้ลูกค้าใช้เนื้อหาได้ต่อเนื่อง”
5.การศึกษาเครื่องมือทางการเงินที่จะนำมาใช้ เพราะปัจจุบันสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ของเครือดุสิตฯ ยังต่ำมาก มีโอกาสลงทุนสูง แต่ก็ต้องพิจารณาเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมที่สุดซึ่งเวลานี้มองว่าเป็นเงินกู้ หรือออกหุ้นกู้เอกชน (บอนด์) เพราะดอกเบี้ยต่ำ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ส่วนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) ยังมองว่ามีข้อจำกัดต่อการขยายลงทุนหรือปรับปรุงโรงแรมในอนาคต แต่ก็ไม่ตัดทางเลือกนี้ออก
ศุภจี กล่าวว่า กำลังทบทวนเป้าหมายรายได้ ซึ่งส่วนตัวตั้งเป้าไว้แล้วต้องทำให้ได้มากกว่าที่ตั้ง
ต้องลุ้นฝีมือผู้บริหารหน้าใหม่วงการโรงแรมคนนี้ว่าจะสร้างปรากฏการณ์อะไรบ้าง แต่เบื้องต้นเครือโรงแรมไทยอื่นประมาทไม่ได้แล้ว







