
‘ฟาร์มิโก’ จากฟาร์มสู่มือถือ ค้าออนไลน์แนวใหม่ ขวัญใจเกษตรกร
ดูเหมือนว่ากระแสความนิยมซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตจะได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน
โดย...ช้องนาง ปรีชาเจริญศิลป์
ดูเหมือนว่ากระแสความนิยมซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตจะได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แต่สิ่งหนึ่งที่แม้แต่อินเทอร์เน็ตก็เอาชนะไม่ได้ คือ การซื้อผักและผลไม้ ที่ต้องซื้อผ่านร้านซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น เพื่อให้ได้สินค้าที่สดใหม่อยู่เสมอ
กระนั้นก็ตาม บรรดาผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรก็ต้องปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับยุคสมัยแห่งอินเทอร์เน็ต ดังเช่น “เบนซี โรเน็น” ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร (ซีอีโอ) ของ ฟาร์มิโก ตลาดสินค้าทางการเกษตรออนไลน์ ที่ต้องการให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคเข้าถึงอาหารและสินค้าทางการเกษตรได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
ฟาร์มิโกให้บริการสั่งซื้อสินค้าทางการเกษตรผ่านเว็บไซต์ Seamless.com เพียงแค่เลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการเท่านั้น หลังจากนั้นเฟรชไดเรค บริษัทจัดส่งสินค้าชั้นนำของสหรัฐ จะทำการจัดส่งสินค้าที่เลือกไว้ถึงหน้าบ้าน นอกจากนี้ ฟาร์มิโกยังอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ต้องการสั่งสินค้าประจำทุกสัปดาห์อีกด้วย
เป้าหมายหลักของฟาร์มิโก คือ การเป็นพ่อค้าคนกลางระหว่างผู้ผลิตสินค้าทางการเกษตร ซึ่งเป็นเกษตรกรท้องถิ่นกับผู้บริโภคในสหรัฐ ซึ่งช่วยลดต้นทุนและค่าเสียเวลาในกระบวนการขนส่งได้อย่างมาก
การให้บริการของฟาร์มิโกเริ่มต้นขึ้นจากข้อจำกัดในระบบอุตสาหกรรมอาหารของสหรัฐที่มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก ซึ่งตามธรรมเนียมแล้ว ร้านค้าต้องมีสินค้าในคลังจำนวนหนึ่ง เพื่อทำให้แน่ใจว่า ผู้บริโภคจะได้รับสินค้าที่ต้องการอย่างแน่นอน แต่สำหรับสินค้าทางการเกษตรนั้น แน่นอนว่าย่อมมีการหมดอายุ ดังนั้น เกษตรกรจะได้รับกำไรจากการขายราว 20% และอาจได้มากถึง 40% หากสินค้าเหล่านั้นเสียหรือหมดอายุ
เพื่อแก้ไขพฤติกรรมการบริโภคและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการขายของเกษตรกร โรเน็นจึงต้องโน้มน้าวให้ทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยกับสิ่งที่ฟาร์มิโกทำ เพื่อให้เกษตรกรเลือกปลูกเฉพาะสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการจริงๆ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนการเน่าเสียของสินค้าได้มาก
โรเน็น ยืนยันว่า การทำงานของฟาร์มิโกก็ไม่ซ้ำซ้อนจนเกินความสามารถของมนุษย์ โดยเว็บไซต์จะระบุรายละเอียดของสินค้าที่จะมีจำหน่ายในสัปดาห์ถัดไป เกษตรกร ร้านเบเกอรี่ หรือชาวประมง จะลิสต์รายชื่อสินค้าที่มีอยู่ในสต๊อก และลูกค้าก็สามารถเลือกได้ว่าต้องการสินค้าชนิดใด เมื่อถึงเวลาที่กำหนด พนักงานของฟาร์มิโกจะไปรับสินค้าดังกล่าวจากผู้ผลิต และทำการจัดส่งไปยังศูนย์กลางถ่ายโอนสินค้าในแต่ละชุมชนต่อไป
แนวคิดหลักของฟาร์มิโก คือ การที่ผู้บริโภครู้ว่าต้องการสินค้าใด และผู้ผลิตรู้ว่าต้องผลิตสินค้าใด ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้มากกว่า 1 ผู้ผลิต
“เราประสบความสำเร็จอย่างมากในการทำธุรกิจฟาร์มิโก แม้ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายตั้งแต่การสั่งซื้อสินค้า ไปจนถึงการส่งสินค้า” อะลอน ซาลันท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีของ กู๊ด เอคส์ ผู้ให้บริการจัดส่งอาหารออร์แกนิกในซานฟรานซิสโก กล่าว
อย่างไรก็ดี โรเน็น ระบุว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ระบบห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากเป็นการทำธุรกิจร่วมกับธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ดังนั้น ฟาร์มิโกจึงต้องทำงานอย่างโปร่งใสและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“จะเกิดอะไรขึ้นหากเราต้องขายบร็อกโคลี่ 500 หัว แต่เกษตรกรผลิตได้เพียง 400 หัว เราจึงต้องลดจำนวนสินค้าที่จะจัดส่งลง หรือแทนที่ด้วยสินค้าอื่นจากเกษตรกรรายอื่นแทน” ซีอีโอฟาร์มิโก ระบุ
ความท้าทายอีกอย่างหนึ่ง คือ การเสนอขายสินค้าท้องถิ่นบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในเมืองหรือรัฐที่เป็นผู้ผลิตสินค้านั้นๆ ดังนั้น ฟาร์มิโกจึงต้องดึงจุดขายหรือจุดเด่นของธุรกิจออกมา เพื่อดึงดูดผู้บริโภคในท้องถิ่น กลับกันในมหานครนิวยอร์กที่ซึ่งหาสินค้าท้องถิ่นได้ยาก นอกจากในซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น
สิ่งที่ทำให้ฟาร์มิโกแตกต่างไปจากกู๊ด เอคส์ คือ การจัดตั้งศูนย์ถ่ายสินค้ากลางในชุมชน เช่น โรงเรียน หรือบ้านของลูกค้าคนใดคนหนึ่งที่ไม่มีปัญหาในเรื่องดังกล่าว ในขณะที่กู๊ด เอคส์ เน้นจัดส่งสินค้าถึงหน้าประตูบ้าน ซึ่งจะยิ่งเป็นการเพิ่มลำดับขั้นของแรงงานและเพิ่มจำนวนพนักงานโดยใช่เหตุ
โรเน็น เปิดเผยว่า จำนวนพลเมืองสหรัฐที่สั่งซื้อสินค้าทางการเกษตรผ่านระบบออนไลน์มีเพียง1.5% เท่านั้น แต่คาดว่าในอนาคตตัวเลขจะเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นชาวชนบทหรือชนชั้นกลางเท่านั้น ดังนั้น สิ่งที่ฟาร์มิโกต้องทำคือการขยายฐานลูกค้ามากขึ้นเพื่อเพิ่มยอดขาย และการเติบโตทางธุรกิจให้ดีขึ้น







