
ASIANทาบซื้อกิจการนอกทูน่า-อาหารสัตว์
ASIAN ชูแผน 3-5 ปี เจรจาซื้อกิจการอาหารสัตว์ต่างประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าดันมาร์จิ้นโต
ASIAN ชูแผน 3-5 ปี เจรจาซื้อกิจการอาหารสัตว์ต่างประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าดันมาร์จิ้นโต
นายสมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด (ASIAN) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำแผนธุรกิจ 3-5 ปี โดยว่าจ้างผู้บริหารต่างชาติทำแผนกลยุทธ์จัดวางธุรกิจเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจน 4 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง ธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจทูน่าบรรจุกระป๋อง และธุรกิจอาหารทะเลพร้อมกิน ซึ่งทั้ง 4 ธุรกิจมีแผนการเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มของแต่ธุรกิจ
ปัจจุบันโครงสร้างรายได้หลักมาจากอาหารทะเลแช่แข็ง (โฟรเซ่น ) 40% และการผลิตทูน่ากระป๋องภายใต้แบรนด์ลูกค้า 40% รายได้อาหารสัตว์ 10% และอื่นๆ 10% โดยสินค้าส่วนใหญ่ส่งออก 80% ตลาดหลักอยู่ที่ยุโรป เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี และ 20% ขายในประเทศ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อซื้อกิจการบริษัทผลิตอาหารสัตว์แบบเปียก (Wet Pet Fod) และบริษัทผลิตทูน่ากระป๋องในสหรัฐ 2-3 บริษัท วัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทมีแบรนด์สินค้าของเอเชี่ยน ซีฟู้ด ซึ่งบริษัทที่จะเทกโอเวอร์ต้องเป็นแบรนด์ที่มีชื่อ มีปริมาณการซื้อขายต่อเนื่อง โดยบริษัทมีเป้าหมายให้ธุรกิจอาหารสัตว์และทูน่าเติบโตให้ได้ถึง 70% ของยอดรายได้รวมปีนี้ที่ตั้งเป้าไว้ 8,000 ล้านบาท เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์แบบเปียก (Wet Pet food) เช่น อาหารสุนัข อาหารแมวบรรจุกระป๋องและถ้วยพลาสติกมีแนวโน้มเติบโตที่สูง ราคาสูงขึ้น เพราะอาหารสัตว์มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ซึ่งบริษัทมีแผนออกสินค้าใหม่ปีละ 300 รายการ คาดว่ารายได้จากธุรกิจทูน่า และ Wet Pet food จะมีรายได้เพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาท จากปี 2558 ที่มีรายได้ 2,700 ล้านบาท และอาหารสัตว์น้ำ เช่น อาหารปลา กบ กุ้ง มีการเติบโตที่ดีเช่นกัน
"ปีนี้บริษัทจะขยายด้วยการหาเทกโอเวอร์ที่เป็นประโยชน์กับบริษัท ไม่ได้กำหนดเวลา แต่ดูธุรกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งการเทกโอเวอร์กิจการเพ็ตฟู้ดส์และทูน่าต้องเป็นการซื้อแบรนด์ที่มีกำไรด้วย หรือเป็นแบรนด์ที่มีชื่อ มีการซื้อขายสินค้า เพื่อต่อยอดให้กับ ASIAN เพราะบริษัทผลิตอาหารสัตว์และทูน่าอยู่แล้ว ถ้าไปหาแบรนด์ที่บริษัทผลิตสินค้าให้ ทำให้มั่นใจแบรนด์ที่ซื้อมา เพราะบริษัทได้ผลิตและขายสินค้าได้ภายใต้แบรนด์ที่ซื้อมา ส่วนการทำสัญญา 3 ปี ผลิตอาหารสัตว์ให้กับบริษัทในต่างประเทศ ทำให้ไลน์ผลิตอาหารสัตว์โตมาก ซึ่งกลางปี 2557 รายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์โต 50%" นายสมศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ASIAN อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อธุรกิจที่เป็นตัวแทนจำหน่ายและกระจายสินค้าในประเทศไทย เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารของ ASIAN มากขึ้น จากสินค้าบางส่วนขายตรงให้กับแม็คโคร และร้านสุกี้เอ็มเค
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ปีนี้ไม่ให้ความสำคัญกับการเติบโตของตัวเลขยอดขายรวม แต่เน้นส่วนต่างกำไร (มาร์จิ้น) ที่สูงขึ้น โดยดันธุรกิจที่มีมาร์จิ้นดีให้โตขึ้นและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อาหารทะเล โดยการแปรรูปอาหารพร้อมกินมากขึ้น เป็นการปรับตัวและลดความเสี่ยงจากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง โดยเฉพาะกุ้งแช่แข็งที่ทำให้ธุรกิจ 4 ปีที่ผ่านมา ประสบปัญหาโรคตายด่วน (EMS) ในกุ้ง ทำให้ห้องเย็นขาดทุนจำนวนมาก จากห้องเย็น 200 กว่าห้องเย็น ปัจจุบันเหลือ 70 แห่ง และทำให้บริษัทขาดทุนจากยอดขาย 1.2 หมื่นล้านบาท ก่อน EMS ลดลงต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากปรับตัวสร้างมูลค่าให้สินค้า ทำให้บริษัทพลิกกับมากำไรและเตรียมเปลี่ยนชื่อบริษัทให้สอดคล้องธุรกิจเร็วๆ นี้เป็นเอเชี่ยน ฟู้ด กรุ๊ป หรือเอเชี่ยน คอร์ปอเรชั่น







