
จ่อหั่นกำไรPTTEP
นักวิเคราะห์จ่อกดกำไร ปตท.สผ.เซ่นน้ำมันดิ่ง ทุก 5 เหรียญสหรัฐ ที่หายไปกดกำไร 10%
นักวิเคราะห์จ่อกดกำไร ปตท.สผ.เซ่นน้ำมันดิ่ง ทุก 5 เหรียญสหรัฐ ที่หายไปกดกำไร 10%
บริษัทหลักทรัพย์ 8 แห่ง ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หลังจากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังคงดำดิ่งอย่างรวดเร็ว และทำสถิติต่ำสุดรอบ 12 ปี จนกดดันการลงทุนในตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงาน นำโดยบริษัท ปตท. (PTT) ราคาลดลงแรงหลุด 200 บาท ตามคาดการณ์และต่ำสุดในรอบ 6 ปี 7 เดือน มาปิดที่ 198 บาท ลดลง 8 บาท หรือ 3.88% ส่วน PTTEP ปิดที่ 42.50 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ 3.95% ขณะที่ตลาดหุ้นรวมลดลงเพียง 0.80 จุด ดัชนีปิดที่ 1245.05 จุด เพราะมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มสื่อสารตัวใหญ่กลับคืน
นักวิเคราะห์แนะนำการลงทุนหุ้น PTTEP แตกต่างกัน เช่น บล.ซีไอเอ็มบี แนะ “ถือ” ให้ราคาเป้าหมาย 53 บาท บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ก็ให้ถือปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 55 บาท บล.โกลเบล็ก ปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เหลือ “ชะลอลงทุน” ราคาเหมาะสม 74 บาท บล.ทรีนีตี้ ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” ราคาเป้าหมาย 48.50 บาท บล.ทิสโก้ แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 100 บาท บล.คันทรี่ กรุ๊ป ปรับลดคำแนะนำจาก “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” เหลือ “ถือ” และปรับราคาเป้าหมายปี 2559 ลงเหลือ 51.60 บาท บล.อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) ปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 56 บาท
บล.เอเซีย พลัส แนะให้นักลงทุนเปลี่ยนการลงทุนจากหุ้น PTTEP ไปเป็นหุ้นตัวอื่น แม้ผลดําเนินงานไตรมาส 4 ปี 2558 จะพลิกกลับมามีกำไร 6,200 ล้านบาท เทียบจากไตรมาส 3 ที่ขาดทุน 4.6 หมื่นล้านบาทก็ตาม แต่มีโอกาสสูงที่แนวโน้มกําไรงวดไตรมาสแรกปี 2559 จะลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อยู่ในระดับต่ำมาก
“ไตรมาส 4 จะมีกำไรจากรายการพิเศษจากการป้องกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยนราว 3,700 ล้านบาท แต่กําไรปกติจะลดลงราว 58.5% จากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 3,900 ล้านบาท หลักๆ เป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ที่ลดลง 13.2% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังมีปัจจัยบวกช่วยคือปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 4.5% จากไตรมาสก่อนหน้าและต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่คาดจะปรับตัวลดลง 5.9% โดยรวมแล้วคาดผลการดําเนินงานปี 2558 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิราว 3 หมื่นล้านบาท พลิกจากปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 2.1 หมื่นล้านบาท” บล.เอเซีย พลัส ระบุ
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2559 ยังคงประมาณการกำไร ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบระยะยาวที่ 45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าราคาน้ำมันสมมติฐานที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ 50 เหรียญสหรัฐ หากคิดจากราคาน้ำมันดิบดูไบในปัจจุบันที่ 26 เหรียญสหรัฐ อาจทำให้กำไรไตรมาสแรกปีนี้จะถูกกดดันต่อเนื่องและมีความเป็นไปได้ที่จะต้องปรับลดประมาณการกำไรปีนี้ลงอีกทั้งยังมีโอกาสสูงที่จะตั้งด้อยค่าสินทรัพย์เพิ่มเติม
“ราคาน้ำมันที่ลดลงทุกๆ 5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะกดกำไรของ PTTEP ให้ลดลงประมาณ 10% หรือประมาณ 7 บาท/หุ้น”
บล.อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) ปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 56 บาท จากเดิมให้ไว้ 82 บาท และลดประมาณการกำไรปี 2559 ลง 71.5% เป็น 5,900 ล้านบาท เพราะยังมีความเสี่ยงว่าจะสามารถบันทึกกำไรหรือขาดทุน ประเมินราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยที่ราว 37.50 เหรียญสหรัฐ ขณะที่มีต้นทุนอยู่ที่ราว 36-39 เหรียญสหรัฐ และมาตรการตัดค่าใช้จ่ายจะเป็นตัวผลักดันกำไรในปีนี้
สำหรับประมาณการไตรมาส 4 ปี 2558 คาดมีกำไร 5,600 ล้านบาท จากเดิมขาดทุนสุทธิที่ 4.62 หมื่นล้านบาท รวมรายการพิเศษ อาทิ รายการ write-off เหมืองจำนวน 14 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่บราซิลและเมียนมากำไรจากการรับประกันความเสี่ยงน้ำมันจำนวน 75 ล้านเหรียญสหรัฐ และการประหยัดภาษีจากค่าเงินจำนวน 27 ล้านเหรียญสหรัฐ
บล.ทรีนีตี้ ลดกำไรปีนี้และปี 2560 เหลือ 3,462 ล้านบาท และ 6,210 ล้านบาท ให้ราคาเป้าหมาย 48.50 บาท เพราะราคาน้ำมันดิบยังลดลงต่อเนื่องจากเศรษฐกิจโลกอ่อนแอและอุปทานที่เพิ่มขึ้น คาดปีนี้ยังมีความเสี่ยงจะขาดทุน หลังราคาขายผลิตภัณฑ์ปรับลดลงมาใกล้เคียงกับต้นทุนรวม ส่วนแนวโน้มไตรมาสแรกอ่อนแอต่อจากราคาขายลดลงตามราคาน้ำมันดิบ
นายตรีพล ภูมิวสนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวถึงการลงทุนในหุ้น PTT ว่า แม้ว่าราคาหุ้น PTT ที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 200 บาท แต่บริษัทไม่สนใจที่จะไปลงทุนเพราะทิศทางราคาน้ำมันคาดการณ์ยากและลดน้ำหนัก PTT มากว่า 1 ปีแล้วจากที่ราคาน้ำมันลง







