posttoday
ทิสโก้งัดแผน เพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม-จำนำทะเบียน

ทิสโก้งัดแผน เพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม-จำนำทะเบียน

19 มกราคม 2559

โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

จากยอดขายรถยนต์ป้ายแดงในปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 7.5-8 แสนคัน และเมื่อบวกกับภาวะดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่สามารถขยับขึ้นได้มากนัก เนื่องจากสภาพการแข่งขันที่ยังรุนแรง ทำให้ผู้ประกอบการเช่าซื้อก็ต้องหันไปพึ่งพาสินเชื่อประเภทอื่นมากขึ้น เพื่อสร้างผลกำไรให้มากกว่าที่เป็นอยู่

ดังนั้น ธนาคารทิสโก้ ซึ่งเป็นธนาคารที่เน้นการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นหลัก จึงปรับแผนธุรกิจในปีนี้ใหม่ตั้งแต่ต้นปี โดย สุทัศน์ เรืองมานะมงคล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า ในปีนี้ธนาคารจะให้น้ำหนักกับตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถภายใต้แบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้” ซึ่งผ่านบริษัทลูกอย่างไฮเวย์ให้มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดในต่างจังหวัดที่ยังมีศักยภาพเติบโตดี ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ
สมหวังฯ ในปีนี้เพิ่มอีก 2,000-3,000 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 6,000 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนเป็นรถกระบะ 96-97% และรถประเภทอื่นอีก 3-4% 

ทั้งนี้ ภายในอีก 2-3 ปีข้างหน้า บริษัท ไฮเวย์ ยังมีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มอีก 200-300 สาขา ครอบคลุมบริการทั่วประเทศจากปัจจุบันมีอยู่ที่ 100 สาขา

สำหรับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ของทิสโก้ในปีนี้จะมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท เติบโต 0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ปีนี้ไม่เติบโต คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 8 แสนคัน แต่หลังจากนี้จะค่อยๆ ปรับขึ้นเป็นรูปตัวยู โดยยอดสินเชื่อคงค้างเช่าซื้อรถยนต์ของธนาคารปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1.7 แสนล้านบาท แบ่งเป็นรถยนต์ใหม่ 80% และรถเก่า 20%

“สินเชื่อจำนำทะเบียนให้วงเงินประมาณ 70-100% ขึ้นอยู่กับประเภทรถ และรับรถอายุนานสุด 15 ปี ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลอยู่ที่ 2% กว่า ต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 3% แต่โดยภาพรวมแล้วปีนี้กลุ่มทิสโก้คงเติบโตประมาณ 0-5% ตามการขยายตัวของจีดีพีอยู่ที่ 3-3.5% และเห็นว่าปัญหาภัยแล้งกระทบต่อธนาคารน้อย เพราะมีลูกค้ากลุ่มเกษตรเพียง 7-8% ของยอดสินเชื่อรวม” สุทัศน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังให้ความสำคัญรายได้จากค่าธรรมเนียมด้วย โดยเฉพาะจากการขายประกัน หรือแบงก์แอสชัวรันส์ ซึ่งภายในปีนี้มีแผนที่จะขายแบบประกันใหม่ประเภทออมทรัพย์และประเภทเพื่อการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า

ด้าน อรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า แผนงานปีนี้เน้นขยายฐานลูกค้าทุกกลุ่ม และการทำตลาดใหม่ๆ ทั้งลูกค้ารายย่อย ลูกค้าบรรษัท ลูกค้าธนบดี และจัดการกองทุน พร้อมทั้งเตรียมพัฒนาระบบเข้าสู่บริการดิจิทัลแบงก์ในปี 2561 ซึ่งปีนี้เชื่อว่าการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในประเทศจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าเศรษฐกิจโลกยังผันผวน

ทั้งนี้ จะเน้นสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมมากขึ้น เพื่อทดแทนรายได้จากดอกเบี้ยที่ลดลงจากสินเชื่อที่ยังชะลอตัวจากเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ขณะเดียวกันปีนี้คาดว่าจะตั้งสำรองหนี้เสียลดมาอยู่ระดับไม่เกิน 4,000 ล้านบาท จากปีก่อน 5,300 ล้านบาท หรืออยู่ที่ระดับ 1.3-1.4% ของยอดสินเชื่อรวม

สำหรับการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้ในปี 2558 มีกำไรสุทธิ 4,250 ล้านบาท คงที่จากปีก่อนหน้า โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 6.2% จากการขยายสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค ประกอบกับการบริหารต้นทุนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนการเงินปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตามภาวะตลาด

ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลักเติบโต 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุเนื่องมาจากการปรับตัวดีขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานของธุรกิจจัดการกองทุน จากการออกกองทุนรวมที่หลากหลายในภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากแบงก์แอสชัวรันส์ปรับตัวดีขึ้นแม้ในภาวะสินเชื่อชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น 19.2% จากการตั้งสำรองหนี้สูญให้แก่ลูกหนี้กลุ่มสหวิริยาสตีลอินดัสตรีเต็มทั้งจำนวน 100%

ดังนั้น เงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2558 มีจำนวน 238,260 ล้านบาท ลดลง 9.3% จากปีก่อนหน้า แม้ว่าการปล่อยสินเชื่อรายย่อยโดยรวมของกลุ่มทิสโก้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยยอดการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อปรับตัวเพิ่มขึ้น 7% แต่ยังคงมีระดับต่ำกว่าการชำระคืนเงินให้สินเชื่อของลูกค้าในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เงินให้สินเชื่อปรับตัวลดลง ทั้งนี้สินเชื่อเช่าซื้อชะลอตัวลงอันเป็นผลต่อเนื่องจากการปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุลของตลาดรถยนต์ภายหลังจากมาตรการรถยนต์คันแรก ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาทั้งสิ้น 2-3 ปี นอกจากนี้ในปี 2558 ยังมีการตัดหนี้สูญของบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี ยูเค (SSI UK) อีกด้วย

“ปีนี้ยังคงเป็นปีที่ท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจ เพราะการเปลี่ยนแปลงตอนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นรอบวัฏจักร หรือคาดการณ์ได้เหมือนในอดีต แต่ปัจจุบันเป็นการพลิกผันเร็วมาก ทุกธุรกิจต้องมีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากขึ้น แต่ด้วยข้อดีของกลุ่มทิสโก้ที่มีความคล่องตัวสูง และสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอ ประกอบกับมีการเตรียมแผนธุรกิจไว้อย่างครอบคลุม ทำให้ที่ผ่านมาเราสามารถบริหารจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้” อรนุช กล่าว

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล