
เครื่องประดับยางพารา เทคนิคเพิ่มมูลค่า
ในอดีตเมื่อราว 5-6 ปีก่อน ยางพาราของไทยเคยมีราคาสูงกว่า 100 บาท/กิโลกรัม แม้ปัจจุบันราคายางจะปริ่มๆ อยู่ที่ 3 กิโลกรัม 100 บาท แต่เสน่ห์ของยางพาราทำให้ ธนรรจิต ธรรมรักษ์ ดีไซเนอร์คนรุ่นใหม่ หันมาให้ความสนใจเพิ่มมูลค่าวัสดุดังกล่าวให้มากยิ่งขึ้น โดยนำมาใช้ร่วมกับการออกแบบเครื่องประดับเพื่อสวมใส่ และพัฒนาออกสู่ตลาดได้จริง
ในอดีตเมื่อราว 5-6 ปีก่อน ยางพาราของไทยเคยมีราคาสูงกว่า 100 บาท/กิโลกรัม แม้ปัจจุบันราคายางจะปริ่มๆ อยู่ที่ 3 กิโลกรัม 100 บาท แต่เสน่ห์ของยางพาราทำให้ ธนรรจิต ธรรมรักษ์ ดีไซเนอร์คนรุ่นใหม่ หันมาให้ความสนใจเพิ่มมูลค่าวัสดุดังกล่าวให้มากยิ่งขึ้น โดยนำมาใช้ร่วมกับการออกแบบเครื่องประดับเพื่อสวมใส่ และพัฒนาออกสู่ตลาดได้จริง
ธนรรจิต เป็นหัวหน้านักออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ (จิวเวลรี่) ในบริษัทแห่งหนึ่ง ควบคู่ไปกับการรับงานอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ด้านการออกแบบและผลิตจิวเวลรี่ตามคำสั่ง (ออร์เดอร์) ลูกค้า ที่ส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิดและชื่นชอบส่วนตัวกับผลิตภัณฑ์ และบอกต่อกันๆ ปัจจุบันออร์เดอร์ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเครื่องประดับแหวนแต่งงาน ที่มีรูปแบบและวัสดุที่แตกต่างกันตามความชอบของลูกค้าที่สั่งทำ
สำหรับไอเดียในการทำเครื่องประดับที่ทำจากวัสดุใหม่อย่างยางพารานั้น เกิดขึ้นเมื่อราว 4-5 ปีก่อน ในช่วงที่กำลังทำปริญญานิพนธ์ ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในโครงงานการศึกษาเพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องประดับอุตสาหกรรมสำหรับสตรี กรณีศึกษาทดลองการใช้ยางพารา เพราะมองเห็นศักยภาพของยางพาราที่สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่า สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องประดับได้เช่นเดียวกับเนื้ออัญมณีอื่นๆ
“ความที่เราเป็นนักออกแบบเครื่องประดับ ก็อยากทดลองใช้วัสดุใหม่ๆ เข้ามาใช้ร่วมกับการออกแบบ จึงคิดว่าจะเอายางพาราของไทยไปหากรรมวิธีใหม่ทำให้ตัวเนื้อยางมีความยืดหยุ่น คงตัว มีคุณลักษณะที่นำมาใช้แทนพลอยหรืออัญมณีอื่นๆ ในเครื่องประดับแต่ละชิ้นได้” ธนรรจิต เล่า
จากนั้นจึงได้นำโปรเจกต์นี้เข้าไปขอคำแนะนำจากนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นอาจารย์ ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์เคมี ที่ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียาง ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หากรรมวิธีจนกระทั่งได้สูตรทางเคมีเพื่อพัฒนายางพาราให้มีคุณสมบัติได้ตรงกับความต้องการ เพื่อให้เนื้อยางสามารถขึ้นบล็อกหรือเป็นแม่พิมพ์รูปทรงต่างๆ ได้ เช่น รูปหัวใจ ทรงเรขาคณิต เป็นต้น
สำหรับแนวคิดการใช้วัสดุยางพารา เป็นการประยุกต์ใช้เทคนิคทางด้านจิวเวลรี่ ที่เรียกว่าเทคนิคฝังหุ้มพลอย ที่เปลี่ยนจากเนื้อพลอยมาเป็นเนื้อยางพาราแทน
ขณะที่รูปทรงเครื่องประดับจากเนื้อยางพาราที่ผลิตออกมาเป็นชิ้นงานสำเร็จนั้น แบ่งออก 3 รูปแบบ คือ 1.รูปทรงอิสระ (ฟรีฟอร์ม) 2.รูปทรงเรขาคณิต (จีโอเมตริก) และ 3.รูปทรงธรรมชาติ (เนเชอรัล) ซึ่งจากการทำวิจัยศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค กลุ่มเป้าหมายผลิตภัณฑ์เครื่องประดับส่วนใหญ่จะชื่นชอบชิ้นงานเครื่องประดับรูปทรงเรขาคณิตมากที่สุด
จากนั้นจึงนำวัสดุดังกล่าวไปใช้ร่วมกับการออกแบบเครื่องประดับประเภทต่างๆ โดยใช้ตัวเรือนที่ทำจากวัสดุเงินเป็นหลัก ทั้งกลุ่มสร้อยคอ แหวน กำไล ต่างหู เป็นต้น ซึ่งโครงการดังกล่าวยังได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นผู้อุดหนุนทุนวิจัยด้วย
สำหรับสินค้าเครื่องประดับจากยางพาราเซต ในเบื้องต้นมองตลาดต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะในแถบหมู่เกาะฮาวาย สหรัฐอเมริกา เพราะเครื่องประดับชุดนี้มีเสน่ห์และจุดเด่นด้านสีสันสดใส จากการที่ใส่แม่สีหลัก อย่าง เขียว ส้ม น้ำเงิน แดง เข้าไปในเนื้อยางพารา ซึ่งตัวเนื้อยางจะมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถดูดซับสีต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ในอนาคต ธนรร จิต มีความสนใจที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องประดับภายใต้ฝีมือการออกแบบของเธอ พร้อมสร้างแบรนด์เพื่อทำตลาดเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง แต่ติดข้อจำกัด คือขาดความรู้และความเข้าใจในการดำเนินกิจการทางธุรกิจ ซึ่งในจุดนี้ต้องการให้หน่วยงานรัฐต่างๆ เร่งประชาสัมพันธ์เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายโดยตรง
ปัจจุบัน ยังมีนักออกแบบไทยที่มีไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ ต้องการทำธุรกิจมีอยู่อีกมาก และมีความพร้อมที่จะเข้าสู่ระบบตลาดทันที ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณค่าของผลิตภัณฑ์ไทยให้สูงขึ้น







