posttoday
ช่วงหุ้นผันผวนเลือก Property Fund ใส่พอร์ต

ช่วงหุ้นผันผวนเลือก Property Fund ใส่พอร์ต

18 มกราคม 2559

โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

หลังจากเปิดศักราชใหม่ ภาพการลงทุนในปีนี้ก็ปรากฏความผันผวนให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งผมมองว่ายังคงมีอีกหลายปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนตลอดปีนี้ โดยเฉพาะในตลาดหุ้น อาทิ ทิศทางราคาน้ำมันดิบ ผลตอบรับจากการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายๆ ประเทศ ทั้งยุโรป ญี่ปุ่น และที่ต้องติดตามมากที่สุดคือการดำเนินนโยบายทางการเงินของทางรัฐบาลจีน เพราะจีนกำลังอยู่ระหว่างการปรับแต่งนโยบายเศรษฐกิจ ดังนั้นหากดำเนินนโยบายการเงินผิดพลาดอย่างเช่นที่ผ่านมา ก็ยิ่งสร้างผลเสียให้กับบรรยากาศการลงทุน รวมถึงตลาดหุ้นไทย ซึ่งผมมองว่าตลาดหุ้นไทยจะยังถูกกดดันจากปัจจัยดังกล่าวต่ออีกระยะหนึ่ง เพราะทุกๆ ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นยังคงต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อยครึ่งปีหลังถึงจะเริ่มเห็นความชัดเจน

อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนควรมีการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยมีการแกว่งตัวมาก ผู้ลงทุนควรให้ความสำคัญในเรื่องการจัดสรรเงินลงทุน โดยควรเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่สามารถลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนได้ ซึ่งผมขอแนะนำให้จัดสรรเงินลงทุนบางส่วนเพื่อลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศ ซึ่งความน่าสนใจของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หลักๆ คือ เป็นธุรกิจที่มีลักษณะเป็นสินทรัพย์ที่มีเจ้าของเดียว (Single Asset) และสามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ โดยกองทุนอสังหาฯ จะเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนและทำให้ผลตอบแทนไม่แน่นอน

แม้ว่าปัจจุบันนี้อัตราดอกเบี้ยของประเทศสหรัฐจะเข้าสู่ช่วงขาขึ้น แต่ก็เป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามกับอัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยเรา ซึ่งยังคงทรงตัวในระดับต่ำต่อปีอย่างน้อยตลอดในช่วงครึ่งปีแรก และจะส่งผลดีต่อกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลตอบแทนเกิดจากรายได้ค่าเช่า ซึ่งทำให้ Yield Spread ยังคงน่าสนใจ นอกจากนี้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หลักๆ คือ เป็นธุรกิจที่มีลักษณะเป็นสินทรัพย์ที่มีเจ้าของเดียว และสามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งสามารถระบุที่มาของรายได้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถรับรู้แหล่งที่มาของรายได้ของกองทุน เช่น จากค่าเช่า จากการบริการ รวมถึงการคาดการณ์จากการติดตามสินทรัพย์ที่กองทุนนั้นลงทุนอยู่ได้ โดยกองทุนอสังหาฯ จะเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนในรูปเงินปันผล โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนและมีการแกว่งตัวของราคาค่อนข้างสูง

โดยทั่วไปอัตราผลตอบแทนการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จะให้ผลตอบแทนในการจ่ายเงินปันผลสูงกว่าหากเทียบกับการลงทุนในอัตราผลตอบแทนของพันธบัตร โดยสะท้อนจากผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ปัจจุบันให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.5-2.6% ต่อปี ในขณะที่อัตราการจ่ายปันผลของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6% ต่อปี โดยส่วนต่างอัตราผลตอบแทนจะสะท้อนถึงการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ยังคงให้ผลตอบแทนในเกณฑ์ที่ดีอย่างสม่ำเสมอ สำหรับความน่าสนใจของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ผมมองว่าสามารถทยอยเข้าลงทุนได้ในช่วงครึ่งปีหลัง อาทิ ประเทศสหรัฐ สิงคโปร์ เป็นต้น  เนื่องจากผมมองว่าราคาของตลาดอสังหาริมทรัพย์ รวมถึง Yield Spread ของตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีความผันผวนน้อยลงจากครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นผลมาจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มเข้าสู่ช่วงขาขึ้น

สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของ บลจ.วรรณ กองทุนเปิด วรรณ พร็อพเพอร์ตี้ พลัส ดิวิเดน ฟันด์ (ONE-PROP-D) ผลการดำเนินงาน YTD (30 ธ.ค.) ให้ผลตอบแทน 8.09% ขณะที่จัดตั้งกองทุนตั้งแต่ 11 มี.ค. 2556-30 ธ.ค. 2558 กองทุนให้ผลตอบแทนประมาณ 2.22% เทียบกับเกณฑ์มาตรฐานติดลบที่ระดับ 1.62% และ 7.73% ตามลำดับ

ทั้งนี้ การเลือกลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ผมขอแนะนำให้เลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มการเติบโตของอัตราค่าเช่าที่สม่ำเสมอ อาทิ อสังหาริมทรัพย์ในธุรกิจค้าปลีก (Retail) ขนส่ง (Transport) โรงแรม ที่อยู่อาศัย (Hotel Residential) สำนักงานออฟฟิศให้เช่า (Office) และเน้นคัดเลือกคุณภาพของสินทรัพย์ที่เลือกลงทุน อีกทั้งอุตสาหกรรมดังกล่าวข้างต้นยังมีสัดส่วนขนาดใหญ่ เมื่อแยกเป็นรายประเภทของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

นักลงทุนสามารถสอบถามเพิ่มเติมและขอรับร่างหนังสือชี้ชวนได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้าและสนับสนุนธุรกิจที่หมายเลข 02-659-8888 ต่อ 1 ครับ

“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท