posttoday
กองหุ้นไทยสินทรัพย์วูบ10%

กองหุ้นไทยสินทรัพย์วูบ10%

18 มกราคม 2559

ปี 2558 กองทุนหุ้นไทยวูบ 1.8 หมื่นล้าน รับดัชนีดิ่ง แห่ซื้อ “กองกรุงศรีหุ้นปันผล”

ปี 2558 กองทุนหุ้นไทยวูบ 1.8 หมื่นล้าน รับดัชนีดิ่ง แห่ซื้อ “กองกรุงศรีหุ้นปันผล”

นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า กองทุนหุ้นไทยได้รับผลกระทบอย่างมากจากตลาดหุ้นไทยซึ่งปรับตัวลดลง 14% ในปีที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมลดลง 10.33% หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท ลงมาอยู่ที่ 1.58 แสนล้านบาท เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่มีมูลค่าสินทรัพย์ติดลบ แต่ยังมีเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิ 6,680 ล้านบาท

ทั้งนี้ ไม่นับรวมกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

“แนวโน้มการลงทุนในกองทุนหุ้นไทยดีขึ้นต่อเนื่องตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนเริ่มใช้กองทุนหุ้นเป็นเครื่องมือในการลงทุนในหุ้นมากขึ้น ยกเว้นปีที่ผ่านมาหุ้นไทยผันผวนหนักฉุดผลตอบแทนลดลง นักลงทุนจึงเข้าลงทุนน้อยลง” นายกิตติคุณ กล่าว

สำหรับ 10 อันดับกองทุนหุ้นไทยที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดในปี 2558 ได้แก่ บลจ.กรุงศรี มูลค่า 3,796 ล้านบาท บลจ.ไทยพาณิชย์ มูลค่า 3,127 ล้านบาท บลจ.กรุงไทย มูลค่า 1,553 ล้านบาท บลจ.บัวหลวง 1,201 ล้านบาท และ บลจ.อเบอร์ดีน 859 ล้านบาท นอกจากนี้ บลจ.วรรณ มีเงินไหลเข้า 305 ล้านบาท บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล 298 ล้านบาท บลจ.ทิสโก้ 101 ล้านบาท บลจ.กสิกรไทย 43 ล้านบาท และ บลจ.ภัทร 38 ล้านบาท

ขณะที่กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผลมีเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุด 4,229 ล้านบาท รองลงมาคือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET Index มูลค่า 1,431 ล้านบาท กองทุนเปิดสิริผลบรรษัทภิบาล 1,254 ล้านบาท กองทุนเปิดเค SET 50 Index มูลค่า 1,147 ล้านบาท และกองทุนเปิดกรุงไทยซีเล็คทีฟ อิควิตี้ ฟันด์ 1,145 ล้านบาท

กองทุนเปิดบัวแก้ว มูลค่า 974 ล้านบาท กองทุนอเบอร์ดีนสมอลแค็พ 585 ล้านบาท กองทุนเปิด SCB SET Banking Sector มูลค่า 464 ล้านบาท กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล (แฟม) SET เพิ่มพูนปันผล มูลค่า 422 ล้านบาท และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET50 Index มูลค่า 389 ล้านบาท

“กรุงศรีหุ้นปันผลมีเงินไหลเข้าลงทุนต่อเนื่อง 5-6 ปี และเป็นกองทุนหุ้นที่มีขนาดสินทรัพย์สูงสุดในกลุ่มอยู่ที่ 1.59 หมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับกองกรุงไทยซีเล็คทีฟ อิควิตี้ ฟันด์
ที่เริ่มมีเงินไหลเข้าลงทุนต่อเนื่องเช่นกัน และทั้งสองกองทุนผลตอบแทนดีขึ้นเรื่อยๆ จนดึงเงินไหลเข้ามาลงทุน” นายกิตติคุณ กล่าว

นอกจากนี้ กองทุนประเภท Passive Fund ซึ่งบริหารกองทุนเชิงรับลงทุนตามดัชนี มีเงินไหลเข้าลงทุนอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลังของปีที่ผ่านมา เนื่องจากหุ้นผันผวน นักลงทุนจึงเข้ามาลงทุนตามทิศทางดัชนี ทำให้กองทุน Passive Fund ได้รับความนิยมและมีกองทุนดัชนีหุ้นไทยถึง 3 กองทุนที่ติดใน 10 อันดับเงินไหลเข้าลงทุนสูงสุดของปี

นายกิตติคุณ กล่าวว่า สำหรับพอร์ตการลงทุนของกองทุนหุ้นไทย ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2558 พบว่ามีการถือครองเงินสดและตราสารหนี้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบสิ้นไตรมาส 2 โดยลดการถือหุ้นเหลือประมาณ 90% จาก 95% สะท้อนให้เห็นว่า บลจ.มีความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้นหลังจากตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนหนัก อีกทั้งกองทุนเริ่มกระจายลงทุนในกลุ่มหุ้นมากขึ้นเป็น 6-7 กลุ่ม จากเดิมกระจุกตัวอยู่ใน 3 กลุ่มหลัก คือ สื่อสาร การเงินและพลังงาน โดยขยับเข้าลงทุนในกลุ่มค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง เป็นต้น

“ผลตอบแทนของกองทุนหุ้นไทยเริ่มติดลบในไตรมาส 3-4 ทำให้ทั้งปีกองทุนหุ้นทั่วไปเฉลี่ยติดลบ 9.08% ส่วนกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กเฉลี่ยติดลบ 4.10% ในขณะที่หุ้นไทยติดลบ 14%” นายกิตติคุณ กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า