
บิวตี้-MCคุยทะลุเป้าปี2558
หุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภคสดใส หลังรัฐยังอัดมาตรการกระตุ้น ด้าน BEAUTY ปีนี้โตต่อเนื่อง
หุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภคสดใส หลังรัฐยังอัดมาตรการกระตุ้น ด้าน BEAUTY ปีนี้โตต่อเนื่อง
ผลจากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในช่วงสิ้นปี 2558 ที่ผ่านมา ออกมาตรการช็อป 1.5 หมื่นบาท สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ และเตรียมปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ ส่งผลให้เสียภาษีลดลง ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น เป็นผลดีต่อธุรกิจในกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับการอุปโภคบริโภครวมถึงค้าปลีก เช่น บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) และ บริษัท คอมเซเว่น (COM7) บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น (BIG) บริษัท คาร์มาร์ท (KAMART) บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) บริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) เป็นต้น
นพ.สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นของรัฐบาลที่ออกมาส่งผลดีอย่างมากต่อยอดขายสินค้าของบริษัท โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งปกติจะเป็นเทศกาลที่สินค้าขายดีอยู่แล้วยิ่งขายดียิ่งขึ้น รวมทั้งปี 2558 รายได้และยอดขายของบริษัททะลุเป้าหมายที่วางไว้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขสุดท้ายได้ แต่เกินเป้าหมายรายได้ที่วางไว้ที่ 1,700 ล้านบาท และจะเป็นปีที่ทำสถิติที่ดีที่สุดของบริษัทอีกปีหนึ่ง
นอกจากนั้น การออกมาตรการของรัฐโดยเฉพาะการซื้อสินค้าครบ 1.5 หมื่นบาท สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามฐานรายได้ที่ต้องเสียภาษี นพ.สุวิน กล่าวว่า ถือว่ามีส่วนผลักดันและทำให้บรรยากาศในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาคึกคักมาก และพนักงานของบริษัทก็ยังเขียนใบกำกับภาษีฉบับจริงให้กับลูกค้าต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ ซึ่งถือว่ามีส่วนช่วยกำลังซื้อเป็นอย่างมาก
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวถึงเป้าหมายการทำธุรกิจในปีนี้ คาดว่ารายได้น่าจะทำได้ประมาณ 2,100 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายจะเติบโตจากปี 2558 ประมาณ 20% ในส่วนของอัตรากำไรสุทธิก็จะน่าจะอยู่ในระดับ 20% ซึ่งหลักๆ จะมาจากบิวตี้บุฟเฟ่ต์ 73% บิวตี้คอทเทส 13% บิวตี้มาร์เก็ต 4.4% และอื่นๆ อีกเล็กน้อย
นอกจากนี้ ในปี 2559 บริษัทจะมุ่งในการขยายสาขาออกไปยังต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นอีก 22 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่ 32 สาขา หรือสิ้นปีจะมีสาขาจากต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 55 สาขา ซึ่งการขยายมีทั้งในประเทศอินโดนีเซีย 4-5 สาขา ที่เวียดนาม และกลุ่มประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งผลของการออกไปมีสาขาในต่างประเทศนั้นได้รับการตอบรับอย่างดี และจะทำให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศของบริษัทเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศไว้ที่ 2.8% ของรายได้รวมจากปีก่อนหน้าตั้งเป้าไว้ที่ 1.2%
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ระบุว่า BEAUTY ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มที่ดี และนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์จะเห็นว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) โต 63% ใน 3 ปี โดย ณ ปีแรกที่เข้าตลาดเมื่อปี 2555 มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 4,800 ล้านบาท และล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2259 มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 1.69 หมื่นล้านบาท ขณะที่รายได้ก็เติบโตต่อเนื่องทุกปีจากระดับ 777.65 ล้านบาท ในปี 2555 ขึ้นมาอยู่ที่ 1,218.02 ล้านบาท เมื่อสิ้นไตรมาส 3 ปี 2558 ส่วนกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 173.70 ล้านบาท เมื่อปี 2555 ขึ้นมาอยู่ที่ 271.52 ล้านบาท เมื่อสิ้นไตรมาส 3 ปี 2558
น.ส.สุณี เสรีภาณุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป กล่าวว่า ผลของมาตรการรัฐที่ออกมาในช่วงปลายปี ทำให้ในช่วงเดือนสุดท้ายยอดขายของบริษัททะลุเป้าหมาย โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นจากมาตรการดังกล่าว 100 ล้านบาท และสนับสนุนให้ทั้งปียอดขายยังสามารถเติบโตได้ในเลข 2 หลัก เพราะนอกจากรัฐมีมาตรการสนับสนุนแล้ว ในส่วนของบริษัทเองก็มีแคมเปญออกมาเพิ่มเติมด้วย และการที่มีความพร้อมทั้งในด้านของจุดขายและสินค้าที่เตรียมพร้อมไว้แล้ว ยิ่งทำให้ยอดขายสามารถเติบโตได้อย่างดี ส่วนปีนี้หวังว่ารายได้จะโตจากปีนี้ประมาณ 15% สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นน่าจะขยับขึ้นมาสู่เลข 2 หลัก หลังจากใช้ช่องทางขายผ่านออนไลน์มากขึ้น
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) คาดว่าไตรมาส 4 ปี 2558 MC จะมีกำไร 214.4 ล้านบาท เติบโต 9.8% จากงวดเดียวกันของปีก่อน หลังช่วงปลายปีกลับมาคึกคัก ทั้งกลยุทธ์กระตุ้นยอดขายของบริษัทเอง ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 9.2% หรือ 1,143.6 ล้านบาท ในไตรมาส 4 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน และคาดว่ากำไรปี 2558 อยู่ที่ 696.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมเล็กน้อย 4.3% ส่วนปีนี้คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 783.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% และยอดขายโต 12.2% หรือมียอดขาย 4,204 ล้านบาท







