posttoday
ไขปมดิวตี้ฟรีกลางเมือง กั๊ก‘จุดส่งมอบ’ไร้ทางเกิด

ไขปมดิวตี้ฟรีกลางเมือง กั๊ก‘จุดส่งมอบ’ไร้ทางเกิด

18 มกราคม 2559

รายได้สำคัญของการท่องเที่ยว นอกจากค่าห้องพัก ตั๋วเครื่องบิน อีกส่วนที่สำคัญ คือช็อปปิ้ง ยิ่งนักท่องเที่ยวช็อปปิ้งมาก ก็ทำให้รายได้การท่องเที่ยวของประเทศเพิ่ม การเพิ่มแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวช็อปปิ้งมากขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ หนึ่งในนั้นคือ การมีร้านค้าปลอดอากร ให้นักท่องเที่ยวช็อปปิ้งโดยไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ได้สะดวก

รายได้สำคัญของการท่องเที่ยว นอกจากค่าห้องพัก ตั๋วเครื่องบิน อีกส่วนที่สำคัญ คือช็อปปิ้ง ยิ่งนักท่องเที่ยวช็อปปิ้งมาก ก็ทำให้รายได้การท่องเที่ยวของประเทศเพิ่ม การเพิ่มแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวช็อปปิ้งมากขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ หนึ่งในนั้นคือ การมีร้านค้าปลอดอากร ให้นักท่องเที่ยวช็อปปิ้งโดยไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ได้สะดวก

รวิฐา พงศ์นุชิต นายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย เปิดเผยว่า ไทยมีผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากรไม่เกิน 10 ราย ในจำนวนนี้ 3-4 รายเป็นสมาชิกสมาคม มีทั้งร้านค้าปลอดอากรที่กำลังขอจดทะเบียนกับกรมศุลกากร และร้านค้าปลอดอากรที่ได้รับอนุมัติหลักการแล้ว แต่ปัจจุบันร้านค้าปลอดอากรเหล่านี้ยังเผชิญอุปสรรคทำให้ไม่สามารถเริ่มดำเนินการได้จริง

ทั้งนี้ ร้านค้าปลอดอากรในโลกมี 2 ลักษณะ คือ เป็นสัมปทานอยู่ในสนามบิน และร้านค้าปลอดอากรตั้งในเมือง หากแบ่งตามการดำเนินการมี 2 ลักษณะ คือ รัฐบาลดำเนินการเอง และเปิดเสรีให้เอกชน
เข้ามาทำ ซึ่งไทยเป็นประเทศที่เปิดเสรีให้เอกชนทำร้านค้าปลอดอากรนานกว่า 10 ปีแล้ว ในกฎหมายกรมศุลกากร กำหนดให้อธิบดีกรมศุลกากรอนุมัติให้เปิดร้านค้าปลอดอากรในเมืองได้ มีเงื่อนไขต้องมี
จุดส่งมอบสินค้า ที่กรมศุลกากร
เห็นชอบ

การส่งสินค้าทำได้ทางไปรษณีย์ ผู้ซื้อถือไปเอง และไปรับที่สนามบิน ซึ่งร้านค้าปลอดอากรในเมืองจะสำเร็จได้ ควรมีจุดส่งมอบสินค้าที่สนามบิน หากไม่มีก็ไม่จูงใจนักท่องเที่ยวต่างชาติซื้อ เพราะนักท่องเที่ยวไม่สะดวกนำสินค้าติดตัวไปตลอดเวลาที่เที่ยว ปัจจัยนี้ทำให้ร้านค้าปลอดอากรในเมืองยังเปิดไม่ได้ เพราะไม่สามารถหาพื้นที่ในสนามบินเป็นจุดส่งมอบสินค้าได้ตามเงื่อนไข

สาเหตุ คือ สนามบินสำคัญอย่างดอนเมืองและสุวรรณภูมิ เป็นของบริษัท ท่าอากาศยานไทย (เอโอที) ซึ่งเอโอทีตีความจุดส่งมอบสินค้าเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ ต้องไปติดต่อเช่าพื้นที่กับบริษัทที่ได้สัมปทานพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบิน ซึ่งเอโอทีแจ้งว่า พื้นที่เหล่านี้โดนเช่าเต็มแล้ว หรือหากไปใช้พื้นที่ ร้านค้าปลอดอากรต่างๆ ต้องแจ้งบริษัทที่ได้สัมปทานพื้นที่เชิงพาณิชย์เกี่ยวกับข้อมูลธุรกิจหลายประการ ซึ่งผู้ได้สัมปทานปัจจุบันเป็นผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าปลอดอากรเช่นกัน จึงขัดกับหลักความจริงที่ผู้ประกอบการจะแจ้งข้อมูลสำคัญทางธุรกิจให้คู่แข่งทราบ

“กฎหมายเปิดเสรีให้ตั้งร้านค้าปลอดอากรในเมือง แต่มีข้อปฏิบัติ คือ จะเปิดร้านค้าปลอดอากรในเมืองได้ เมื่อมีจุดส่งมอบสินค้าที่กรมศุลกากรเห็นชอบ สนามบินคือจุดส่งมอบสินค้าสำคัญ แต่กรมศุลกากรไม่ใช่ผู้ดูแลพื้นที่นี้ เป็นหน่วยงานอื่นดูแล แม้จะมีกฎหมายสนับสนุนร้านค้าปลอดอากรในเมือง แต่กฎหมายก็ไม่สามารถใช้ได้ในทางปฏิบัติ”

หากจะแก้ปัญหาให้ร้านค้าปลอดอาการในเมืองเกิดได้ เอโอทีต้องตีความพื้นที่ส่งมอบสินค้าว่าไม่ใช่พื้นที่เชิงพาณิชย์ และเป็นผู้บริหารพื้นที่นี้เอง หรือจ้างนิติบุคคลภายนอก (เอาต์ซอร์ส) ที่ไม่ได้ทำธุรกิจร้านค้าปลอดอากรเป็นคนกลางในการบริหารพื้นที่ หากเอโอทีไม่สามารถหาได้ สมาคมพร้อมเป็นตัวกลางบริหารพื้นที่ดังกล่าว มองว่าหากจัดสรรพื้นที่ให้ 300 ตารางเมตร ก็เพียงพอเป็นพื้นที่ส่งมอบสินค้าให้ร้านค้าปลอดอากรทุกรายได้

ที่ผ่านมาเสนอปัญหาแล้วกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครั้งล่าสุด 22 ธ.ค. 2558 รมว.คลัง มอบหมายปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และสมาคม ศึกษาแนวทางการจัดตั้งพื้นที่จุดส่งมอบสินค้าในทุกสนามบินนานาชาติให้เสร็จใน 60 วัน สมาคมจะรอจนครบกำหนด ก.พ. 2559 หากยังไม่สามารถหาแนวทางให้ร้านค้าปลอดอากรมีพื้นที่ส่งมอบสินค้าในสนามบินได้ จะขอหารือ รมว.คลัง และนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

รวิฐา กล่าวว่า หากเปิดร้านค้าปลอดอากรในเมืองได้จะเป็นประโยชน์กับประเทศ แม้จัดเก็บแวตไม่ได้ แต่จะมีรายได้จากภาษีนิติบุคคลมากขึ้น เพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากปัจจุบันอยู่ที่คนละ 4,924 บาท/วัน แบ่งเป็นจ่ายเพื่อช็อปปิ้ง 1,183 บาท หากสนับสนุนร้านค้าปลอดอากรในเมือง จะทำให้ยอดช็อปปิ้งเพิ่ม ซึ่งรัฐบาลไทยดูตัวอย่างได้จากญี่ปุ่น หลังเปิดร้านค้าปลอดอากรในเมือง ยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวปีที่ผ่านมาสูงถึง 3.5 ล้านล้านเยน จากปี 2557 อยู่ที่ 2.03 ล้านล้านเยน

ขณะเดียวกัน หากพิจารณาพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทยขณะนี้ พบว่า ค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทาง แบ่งเป็นค่าช็อปปิ้งถึง 57.8% และ 82% ของนักท่องเที่ยวจีนนิยมช็อปปิ้งในร้านค้าปลอดอากร หากมีร้านค้าปลอดอากรเพิ่ม จะดันยอดใช้จ่ายนักท่องเที่ยวจีนได้

เมื่อเทียบข้อดีข้อเสีย ร้านค้าปลอดอากรในเมืองสร้างประโยชน์มากกว่า ก็ถึงเวลาที่หน่วยงานรัฐจะเลิกตีความให้มีปัญหาได้แล้ว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน