
สีอาคารอัดราคา
เบเยอร์ประเมินตลาดสีทาอาคารปี 2559 มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท โหมแข่งราคารักษาแชร์
เบเยอร์ประเมินตลาดสีทาอาคารปี 2559 มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท โหมแข่งราคารักษาแชร์
นายวรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ รองประธานบริหาร กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดสีทาอาคารในปีนี้จะเติบโตไม่เกิน 5% จากมูลค่าตลาดกว่า 2 หมื่นกว่าล้านบาท เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกมาผลักดันให้เติบโต ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงค่อนข้างเหนื่อยบนความคาดหวังว่างบประมาณของภาครัฐจะถูกผลักดันออกมาเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
“สิ่งที่เป็นความท้าทายในธุรกิจสี คือภาวะตลาดที่โตน้อยหรือไม่โต สิ่งที่เจอในปีที่ผ่านมาคือกลยุทธ์ราคา หนักโปรโมชั่น ซึ่งปีนี้ก็คาดว่าจะยังมีการใช้กลยุทธ์ราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ เราก็มีใช้กลยุทธ์ดังกล่าวบ้าง ขณะเดียวกันก็มุ่งไปที่นวัตกรรมที่สร้างความแตกต่างเน้นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความต้องการที่ตรงกับผู้บริโภค ที่สำคัญต้องพยายามสร้างสินค้าที่ทดแทนกันไม่ได้เพื่อให้แข่งขันได้”
ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้อาจจะเห็นสงครามราคาอยู่ เพราะเศรษฐกิจรวมไม่ได้ขยายตัวขณะที่มูลค่าตลาดเท่าเดิม จึงจะเห็นการแข่งขันเรื่องราคาเหมือนกับปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่เห็นการเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาแข่งขัน เพราะผู้ผลิตในประเทศแข่งขันกันรุนแรง
ขณะที่ราคาน้ำมันที่ลดลงนั้นไม่ได้ส่งผลให้ราคาสีน้ำทาอาคารปรับลดลง เนื่องจากใช้โซเวนต์หรือทินเนอร์ค่อนข้างน้อย ไม่เหมือนกับสีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้ในปริมาณที่มากกว่า แต่ส่งผลดีกับต่อต้นทุนการขนส่ง เนื่องจากลดต้นทุนการขนส่งค่อนข้างมาก
สำหรับภาพรวมบริษัทปีนี้ต้องออกสินค้าให้เหมาะสมกับสภาพตลาด โดยยังเน้นอีโค เวลเนส หรือความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทได้ออกสินค้าใหม่ 3 รายการ ถือว่าค่อนข้างน้อยและปีนี้คาดว่าจะออกสินค้าใหม่ใกล้ๆ กัน และยังเน้นกลยุทธ์ คุ้มค่าคุ้มราคา และราคาย่อมเยา
นอกจากนี้ ยังจะออกซับแบรนด์่เพื่อให้ตรงกับสภาพเศรษฐกิจ พร้อมเพิ่มช่องทางขายผ่านโมเดิร์นเทรด ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ซื้อสีเองมากขึ้น และขยายตลาดส่งออกไปกลุ่มอาเซียน







